บรรดาผู้แทนเข้าร่วมฟอรั่ม |
นี่คือความเห็นในฟอรั่มสถานประกอบการจอร์แดน-เวียดนาม ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน ณ กรุงฮานอย โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน และรองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม บุ่ยแทงเซิน เข้าร่วม
ฟอรั่มสถานประกอบการจอร์แดน-เวียดนามมีสถานประกอบการเวียดนาม 120 แห่งและสถานประกอบการจอร์แดน 25 แห่ง ซึ่งดำเนินธุรกิจในหลายด้าน เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ โครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การเกษตร สัตวแพทยศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ฮาลาลเข้าร่วม ไฮไลท์ของงานคือการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างธุรกิจกับธุรกิจหรือ B2B เพื่อแสวงหาโอกาสความร่วมมือ ขยายตลาด และแสวงหาโอกาสจากโครงการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รองนายกรัฐมนตรี บุ่ยแทงเซิน กล่าวว่า เพื่อกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องให้ความสนใจถึงด้านสำคัญๆ
“หนึ่งคือ เร่งแปรผลจากข้อตกลงที่ได้บรรลุระหว่างการเสด็จมาเยือนเวียดนามของสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ให้เป็นโครงการและแผนการที่มีความเป็นไปได้สูงในการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับ โดยเฉพาะสถานประกอบการเพื่อศึกษาตลาดและขยายเครือข่ายหุ้นส่วน 2 คือ จำเป็นต้องสร้างกรอบความร่วมมือและรูปแบบความร่วมมือใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านกลไกสถาบันเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น 3 คือ จำเป็นต้องประสานงานการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเน้นถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตลาด หุ้นส่วน อุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในความต้องการ ศักยภาพ ความร่วมมือ และรสนิยมของผู้บริโภค”
ส่วนสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดนเสนอให้หอการค้าและอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญในการแปรการเจรจาในฟอรั่มนี้ให้เป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม โดยให้ภาคเอกชนเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการเปิดระยะความร่วมมือใหม่ระหว่างเวียดนามและจอร์แดน.

