ตามรายงานศักยภาพเศรษฐกิจโลกในเดือนกรกฎาคมปี 2026 ของ IMF อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ไว้ในปี 2026 จะต่ำกว่าระดับเฉลี่ยร้อยละ 3.5 ในช่วงปี 2024-2025 และยังลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 3.1 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา IMF ระบุว่า ผลกระทบจากการปะทะในตะวันออกกลางได้รับการชดเชยบางส่วนจากแรงขับเคลื่อนการเติบโตในด้านเทคโนโลยีโลก อันเนื่องมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม IMF ยังเตือนว่า การปะทะที่ยืดเยื้อมานานอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานถูกตัดขาด ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อภาวะทางการเงิน
สำหรับเศรษฐกิจรายใหญ่ๆ IMF คาดการณ์ว่า สหรัฐจะเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีนี้ ยูโรโซนจะเติบโตร้อยละ 0.9 และการเติบโตของจีนจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ร้อยละ 4.6 นอกจากนี้ IMF ยังเตือนว่า ความเสี่ยงที่การปะทะในตะวันออกกลางจะกลับมาเกิดขึ้นอีก อาจทำให้ความผันผวนของราคาสินค้าเพิ่มขึ้น สร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและอัตราเงินเฟ้อต่อไป อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลดลงของอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าความเร็วของการลดลงอาจชะลอตัวลงชั่วคราวในปี 2026.
