ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า จำเป็นต้องเปลี่ยนจากแนวคิดที่ถือวัฒนธรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพัฒนา มาเป็นการกำหนดวัฒนธรรมเป็นพื้นฐานทางจิตใจของสังคม เป็นเสาหลักของการพัฒนาและเป็นแรงขับเคลื่อนแห่งการเติบโตใหม่ ซึ่งต้องปรากฏในทุกการตัดสินใจด้านเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลาโหม ความมั่นคง การต่างประเทศและธรรมาภิบาลแห่งชาติ พร้อมทั้ง เสนอว่า ในเวลาที่จะถึง กระทรวง หน่วยงาน และท้องถิ่นต่างๆ เดินหน้าปรับปรุงกลไกให้มีความสมบูรณ์ สร้างก้าวกระโดดเพื่อระดมศักยภาพในการสร้างสรรค์ของทั้งสังคม ตลอดจนระดม จัดสรร และใช้ประโยชน์จากพลังทุกแหล่งอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนาวัฒนธรรม ควบคู่กับการทบทวน อัพเดทและปรับปรุงยุทธศาสตร์ การวางผังและโครงการพัฒนาวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับความต้องการในระยะใหม่ โดยเน้นถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาวัฒนธรรมเวียดนามจนถึงปี 2035 และวิสัยทัศน์จนถึงปี 2045 เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างเป้าหมายการพัฒนาวัฒนธรรมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

“เราจะเปลี่ยนจากแนวคิดการบริหารจัดการวัฒนธรรม ไปสู่แนวคิดการสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนา ส่งเสริมบทบาทของประชาชนในฐานะเจ้าของแห่งการสร้างสรรค์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ องค์กรสังคม และชุมชน พร้อมทั้งระดมแหล่งพลังทั้งภายในและนอกภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสรรค์วัฒนธรรมเวียดนามที่ก้าวหน้า เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของประชาชาติ มีขีดความสามารถในการแข่งขันและมีอิทธิพลในการขยายผลในยุคใหม่ นอกจากนี้ ต้องเร่งสร้างอธิปไตยทางวัฒนธรรมบนพื้นที่ดิจิทัล และยกระดับความดึงดูดใจ ศักยภาพในการเผยแพร่และการปกป้องคุณค่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของเวียดนาม.”