![]() |
กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมนอกจากกล่าวถึงผลงานที่เข้มแข็งของภาคอุตสาหกรรมประกอบนายกฯยังได้ชี้ชัดถึงข้อจำกัดที่ต้องแก้ไขเช่นเวียดนามยังไม่มีภาคอุตสาหกรรมที่เป็นแกนหลักเพื่อทำหน้าที่นำขบวนการพัมนาอุตสาหกรรม หลายหน่วยงานอุตสาหกรรมที่ได้รับสิทธิพิเศษต่อการพัฒนาไม่บรรลุเป้าหมาย แหล่งบุคลากรคุณภาพสูงยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการ เป็นต้นดังนั้นเวียดนามต้องเตรียมพร้อมรับกระแสการย้ายฐานผลิตของนักลงทุนต่างชาติมาเวียดนามเพื่อให้เวียดนามกลายเป็นฐานการผลิตแห่งเอเชียและอาเซียนในอนาคต
เกี่ยวกับเป้าหมายการพัมนาอุตสาหกรรมประกอบในเวียดนาม นายกฯได้ย้ำว่าถึงปี2020เวียดนามจะมีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีขีดความสามารถในระดับสูงตอบสนองความต้องการร้อยละ45ของการผลิตในประเทศ มีสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมประมาณ1พันแห่งที่สามารถสนับสนุนการผลิตประกอบของเครือบริษัทระหว่างประเทศในเวียดนาม ถึงปี2030 การผลิตประกอบภาคอุตสาหกรรมสามารถตอบสนองความต้องการในประเทศได้ร้อยละ70.
ส่วนรองนายกรัฐมนตรี จิ่งดิ่งหยุงได้ให้ข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมประกอบของเวียดนามสามารถตอบสนองความต้องการได้แล้ว ขณะนี้ทั่วประเทศมีสถานประกอบการอุตสาหกรรมประกอบกว่า 3 พันแห่ง คิดเป็นร้อยละ 4.5 ในจำนวนสถานประกอบการแปรรูปและผลิต สร้างงานทำให้แก่แรงงานกว่า 5 แสน 5 หมื่นคน แต่อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังขาดสถานประกอบการที่เป็นหัวเรือและมีทักษะความสามารถพาหน่วยงานอุตสาหกรรมประกอบพัฒนา มากขึ้น เมื่อปี 2017แม้หน่วยงานอุตสาหกรรมประกอบมีรายได้ถึงร้อยละ 90 ในการผลิตและประกอบธุรกิจของเศรษฐกิจเวียดนามแต่สมทบให้จีดีพีได้แค่เกือบร้อยละ 15 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค.

