![]() |
รายงานในการประชุมระบุว่า ตั้งแต่ปี 2016 ถึงเดือนกันยายนปี 2019 ทั่วประเทศสามารถแปรสถานประกอบการภาครัฐให้กลายเป็นบริษัทหุ้นส่วน 162 แห่ง ยอดเงินจากการขายหุ้นและถอนทุนของรัฐคิดเป็น 218 ล้าน 2 แสน 6 หมื่นล้านด่ง สูงกว่ารายได้จากการภารกิจนี้เมื่อ 5 ปีก่อน 2.8 เท่า นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก ได้ชื่นชมผลงานดังกล่าวและกำชับว่า “ผมเห็นว่า สถานประกอบการบางแห่งยังไม่อยากเปลี่ยนแปลงใหม่ ยังปฏิบัติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและหน่วยงาน หรือฉวยโอกาสเพื่อคอร์รัปชั่น เราต้องพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานประกอบการภาครัฐพร้อมกับระบบการเมืองมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งต่อภารกิจการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นที่พรรคและรัฐกำลังปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุ๊กยังยืนยันถึงบทบาทสำคัญของบริษัทภาครัฐในการสร้างสรรค์ระบบเศรษฐกิจเชิงตลาดตามแนวทางสังคมนิยมของเวียดนามและกำชับให้สถานประกอบการภาครัฐยกระดับทักษะความสามารถในการบริหาร ปรับปรุงระบบการบริหาร ยกระดับการพึ่งพาตัวเองและระเบียบวินัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท ทำการวิจัยเพื่อเปลี่ยนแปลงใหม่เทคโนโลยี พัฒนาเป็นศูนย์นวัตกรรม สถานประกอบการต้องเป็นฝ่ายรุกมากขึ้นในการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับโลก.

