นาย เกี่ยวมี ผู้อำนวยการสถาบันปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลหรือ AITI เสนอว่า

“ปัจจุบันนี้ เยาวชนและผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสน้อยมากในการเข้าถึงช่องทางข้อมูลออนไลน์หรือเว็บไซต์ ดังนั้น แนวร่วมปิตุภูมิจึงสามารถทำงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Zalo, TikTok และ Facebook ควบคู่กับการใช้ช่องทางแบบดั้งเดิม เช่น SMS ด้วยวิธีการนี้ เราจะไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและส่งเสียงพูดถึงแนวร่วมปิตุภูมิได้จากทุกที่ในประเทศ”

พระเถระ ทิกแทงหาย สมาชิกสภาบริหารของพุทธสมาคมเวียดนาม และสมาชิกคณะผู้แทนนครโฮจิมินห์ยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้จะสร้างแรงผลักดันเพิ่มเติมเพื่อปลุกเร้าพลังที่เข้มแข็งของกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติ เผยแพร่จิตใจแห่งความสามัคคีในสังคม รวมถึงชุมชนทางศาสนา เพื่อร่วมมือกันบรรลุความมุ่งมั่นพัฒนาประเทศ

นาย เจิ่นบ๊าฟุก นายกสมาคมนักธุรกิจเวียดนามในออสเตรเลียได้เสนอมาตรการต่างๆเพื่อเชื่อมโยงและส่งเสริมความสามัคคีกับชาวเวียดนามโพ้นทะเลเพื่อมุ่งใจสู่ปิตุภูมิและมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาประเทศ

“ชาวเวียดนามโพ้นทะเลต่างมุ่งใจสู่ปิตุภูมิ มีความประสงค์เพื่อมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาประเทศ ชุมชนชาวเวียดนามในต่างประเทศเป็นสะพานเชื่อมแห่งมิตรภาพที่ดีระหว่างเวียดนามกับทั่วโลก ผมหวังว่า การประชุมครั้งนี้จะมีนโยบายและโครงการริเริ่มมากมายเพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ชุมชนชาวเวียดนามในต่างประเทศและคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมโดยตรงต่อการพัฒนาประเทศในระยะใหม่.”