ตั้งแต่เกิดการปะทะจนถึงปัจจุบัน สิ่งของบรรเทาทุกข์กว่า 2 หมื่น 5 พันตันได้รับการขนส่งไปยังฉนวนกาซาผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ของอียิปต์ นอกจากนี้ อียิปต์ยังรับชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บ 566 คนเข้ารักษาในโรงพยาบาลต่างๆ ชาวต่างชาติและพลเมืองที่ถือสองสัญชาติได้เดินทางออกจากฉนวนกาซาผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์เพื่อกลับประเทศหรือไปยังประเทศที่สาม

สำหรับเรื่องตัวประกัน ในประกาศเมื่อค่ำวันที่ 28 พฤศจิกายน กองกำลังป้องกันอิสราเอลหรือ IDF เผยว่า กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันอีก 12 คน ซึ่งเป็นสตรีชาวอิสราเอล 10 คนและชาวไทย 2 คน ส่วนอิสราเอลได้ปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลาไตน์ 30 คนในเขตเวสแบงก์

ในวันเดียวกัน บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกหรือ G7ได้ออกประกาศที่เรียกร้องให้ขยายเวลาการปฏิบัติข้อตกลงพักรบในฉนวนกาซาเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในปาเลสไตน์และการช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมด การประกาศของกลุ่มจี 7 ได้ย้ำว่า อิสราเอลมีสิทธิการป้องกันตันเองแต่ต้องปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์และให้ความเคารพกฎหมายสากลรวมทั้งคำมั่นที่จะจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสองรัฐอยู่ร่วมกันอย่างสันติ.