ผู้นำทั้งสองประเทศได้ขึ้นแท่นเกียรติยศ เดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศและมีการบรรเลงเพลงชาติเวียดนามและแคนาดา
ในการแถลงข่าวหลังพิธีต้อนรับ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์เวียดนาม-แคนาดาจะก้าวเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่เชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุม เป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“เราหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะเปิดหน้าใหม่ในความสัมพันธ์เวียดนาม-แคนาดา สะท้อนถึงระดับใหม่ของความไว้วางใจทางการเมือง ความเชื่อมโยงด้านผลประโยชน์และวิสัยทัศน์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน มีเสถียรภาพ เป็นรูปธรรม และเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่อยู่คนละฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก”
ส่วนในการพบปะหลังพิธีต้อนรับ ผู้สำเร็จราชการแคนาดา หลุยส์ อาร์บอร์ ยืนยันว่า แคนาดาถือว่าเวียดนามเป็นหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาค แคนาดาพร้อมส่งเสริมจุดแข็งด้านแหล่งพลัง เทคโนโลยี การศึกษา พลังงาน การเกษตร และการเงิน เพื่อเพิ่มความร่วมมือกับเวียดนาม
ส่วนเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าเพิ่มการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับ โดยเฉพาะระดับสูง เสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ส่งเสริมบทบาทของกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้น เพิ่มการประสานงานและสนับสนุนกันในฟอรั่มระดับภูมิภาคและพหุภาคี
ในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เสนอให้ทั้งสองฝ่ายใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิผล ขยายตลาด เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและกองทุนการลงทุนของแคนาดาเข้ามาลงทุนระยะยาวในเวียดนาม ขยายความร่วมมือด้านการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยง สร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆผ่านการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การพัฒนาสีเขียว การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาธารณสุข การเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในด้านกลาโหมและความมั่นคง เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เสนอให้เน้นการฝึกอบรมและยกระดับขีดความสามารถ การรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ความมั่นคงทางทะเล การแก้ไขผลเสียหายจากสงคราม การกู้ภัย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การรับมือความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ ซึ่งความร่วมมือด้านการศึกษาและฝึกอบรม วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีในระยะยาว
สำหรับประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ประเทศต่างๆ ต้องเพิ่มการเจรจาและความร่วมมือ ให้ความสำคัญกับลัทธิพหุภาคี เคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายสากล สนับสนุนบทบาทการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และสนับสนุนแคนาดาเพิ่มความเชื่อมโยงและความร่วมมือกับอาเซียนและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อมีส่วนร่วมรับมือความท้าทาย ส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาในภูมิภาคและโลก.
