แถลงการณ์ร่วมระบุว่า การบังคับให้ประชาชนปาเสสไตน์ต้องย้ายออกจากกาซา "เป็นการละเมิดหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งรวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และสร้างภัยคุกคามโดยตรงต่อสิทธิอันชอบธรรมของชาวปาเลสไตน์" โดยการกระทำนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ และทำลายความพยายามมุ่งสู่สันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

แถลงการณ์ร่วมยังย้ำว่า ฉนวนกาซาเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนปาเลสไตน์ พร้อมทั้งย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเอกภาพของดินแดนปาเลสไตน์ รวมถึงกาซา เขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก

บรรดารัฐมนตรีต่างประเทศได้ยืนยันอีกครั้งว่า มาตรการสองรัฐอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นทางเลือกเดียวเพื่อบรรลุสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน พร้อมทั้ง เรียกร้องให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความรับผิดชอบ เพื่อยับยั้งความพยายามแทรกแซงสถานการณ์จริงทางภูมิศาสตร์หรือประชากรใหม่ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และค้ำประกันการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 4 กันยายน สภาพยุโรป หรือ EU และกลุ่มฮามาสก็ได้ออกมาแสดงการคัดค้านข้อเสนอของรัฐมนตรีอิสราเอลเช่นกัน.