เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับออสเตรเลียกำลังพัฒนาอย่างดีงามและนับวันเข้าสู่ส่วนลึก จริงจังและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งแสดความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์กับท้องถิ่นต่างๆ ของเวียดนามจะพัฒนาต่อไปบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีงามด้านการเมืองและการพบปะแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ยังเสนอให้ออสเตรเลียพิจารณาการปลูกกาแฟเวียดนามและแสดงความเชื่อมั่นว่า ในอนาคตทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือในทุกด้าน เช่น การเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ การค้าและการลงทุน เป็นต้น พร้อมทั้งยืนยันว่า เวียดนามสนับสนุนการพัฒนาของออสเตรเลียและมีความประสงค์ที่จะร่วมมือเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับแปซิฟิก
ส่วนนาง Margaret Beazley ผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ชื่นชมส่วนร่วมของชุมชนชาวออสเตรเลียเชื้อสายเวียดนามและเห็นพ้องกับข้อเสนอของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เกี่ยวกับการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นเสาหลักใหม่ในความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ผลักดันการฝึกอบรมแหล่งบุคลากรคุณภาพสูง พัฒนาการเกษตรและใช้ประโยชน์จากด้านที่ถือเป็นจุดแข็งของทั้งสองประเทศ
ส่วนในการให้การต้อนรับนาย Nicholas Moore ทูตพิเศษของรัฐบาลออสเตรเลียเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกในบ่ายวันเดียวกัน เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ยืนยันว่า เวียดนามถือออสเตรเลียเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังอยู่ในโอกาสใหม่ ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านต้องได้รับการกระชับให้นับวันจริงจังและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเป้าหมายไม่เพียงแต่คือการขยายการค้าและการลงทุนเท่านั้น หากต้องร่วมกันสร้างสรรค์พลังขับเคลื่อนใหม่ๆ อีกด้วย เวียดนามมีความได้เปรียบต่างๆ เพื่อกลายเป็นจุดหมายปลายทางของสถานประกอบการและนักลงทุนออสเตรเลีย เช่น มีบรรยากากาศการลงทุนที่เสถียรภาพ มีแหล่งบุคลากรรุ่นใหม่ มีสถานะเชิงยุทธศาสตร์ในห่วงโซ่อุปทานและขอบเขตของตลาดนับวันขยายมากขึ้น ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างสองประเทศควรพัฒนาไปสู่โครงการร่วมมือระยะยาวเกี่ยวกับนวัตกรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การพัฒนาแหล่งบุคลากร การเงินแห่งสีเขียว โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง ห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์ การศึกษาและการวิจัย พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ว่า เวียดนามจะเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนหลักของออสเตรเลียต่อไปในกระบวนการปฏิบัติยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงปี 2040
ส่วนนาย Nicholas Moore ได้เผยว่า ทั้งเวียดนามและออสเตรเลียสามารถกลายเป็น “จุดหมายปลายทาง” ของสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีได้ ปัจจุบันนี้ มีนักลงทุนจำนวนมากอยากเข้ามาลงทุนในเวียดนามเพราะเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังแห่งการพัฒนาอย่างชัดเจนและเป็นตลาดที่คล่องตัว นอกจากนี้ ชุมชนชาวเวียดนามและนักศึกษาเวียดนามที่กำลังศึกษาในออสเตรเลียสามารถมีส่วนร่วมผลักดันการทำธุรกิจสตาร์ทอัพและการขยายตัวของทั้งสองประเทศ.
