นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึงได้ย้ำถึงศักยภาพความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ เสนอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันดำเนินมาตรการแบบก้าวกระโดดเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนให้อยู่ที่ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เร่งขจัดอุปสรรคทางเทคนิค อำนวยความสะดวกให้สินค้าที่เป็นจุดแข็งของแต่ละประเทศสามารถเจาะตลาดระหว่างกันได้มากขึ้น และใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีที่ทั้งสองประเทศเป็นภาคีอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งสองประเทศควรเร่งส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การปรับเปลี่ยนสีเขียว และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ ตลอดจนขยายความร่วมมือด้านการศึกษาและฝึกอบรม การพัฒนาแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านกลาโหมและความมั่นคง รวมถึงผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงและการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน

ส่วนเอกอัครราชทูต Caroline Beresford ยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างนิวซีแลนด์และเวียดนามให้มีความเป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุน การศึกษาและการฝึกอบรม เกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเวียดนามในเวทีพหุภาคีต่าง ๆ โดยย้ำถึงบทบาทเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและให้คำมั่นว่า นิวซีแลนด์จะสนับสนุนเวียดนามอย่างต่อเนื่องในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก ปี 2027 ให้ประสบความสำเร็จ.