นี่คือคำยืนยันของนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ในการสนทนาภายใต้หัวข้อ "การกำหนดสถานะของเวียดนามในอนาคตโลก" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกรอบการประชุมเต็มคณะระดับสูง ในฟอรั่มเศรษฐกิจฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 ที่จัดขึ้น เช้าวัน 28 ตุลาคม ณ นครโฮจิมินห์

นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ระบุว่า ท่ามกลางแรงกระแทกทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน เวียดนามได้เป็นฝ่ายรุกในการประเมินสถานการณ์และรับมือกับความท้าทายต่างๆ กำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาด้วยตนเอง โดยมุ่งมั่นนำพาประเทศเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่ สถานการณ์โลกยิ่งมีความผันผวน ประเทศต่าง ๆ รวมถึงเวียดนาม ก็ยิ่งเป็นฝ่ายรุกในการกำหนดยุทธศาสตร์ เสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายใน พึ่งพาตนเองและขยายความร่วมมือกับนานาประเทศ

สำหรับวิสัยทัศน์ในอนาคต นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง กล่าวว่า เวียดนามมีความประสงค์ที่จะค่อย ๆ กำหนดสถานะของตนในระบบเศรษฐกิจโลกใหม่ ตลอดจนปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาในปัจจุบัน

“เวียดนามมีความประสงค์ที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลเกิดใหม่ เป็นศูนย์กลางด้านพลังงานรูปแบบใหม่ พลังงานสีเขียว พลังงานสะอาดและเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าเกษตรสีเขียวของภูมิภาคและโลก นี่คือเป้าหมายประการแรกที่เวียดนามต้องการกำหนดสถานะของเศรษฐกิจประเทศ สองคือ เวียดนามต้องการเป็นปัจจัยสำคัญที่มีความน่าเชื่อถือในห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของขั้วการเติบโตใหม่ ๆ และสามคือ เวียดนามมีความประสงค์จะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคและโลกมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย ขีดความสามารถในการแข่งขันและทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง”.