ในการพบปะ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง กล่าวว่า เวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการพัฒนาใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาประเทศ มุ่งการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน พยายามบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ที่เลขสองหลักบนพื้นฐานของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การปรับเปลี่ยนแห่งสีเขียวและการเพิ่มผลิตภาพแรงงานเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนา

นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ยังแสดงความประสงค์ว่า ภาคธุรกิจจีนจะยังคงมองเวียดนามเป็นฐานการลงทุน การผลิตและการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เพิ่มการลงทุนที่มีคุณภาพสูง ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นและส่งผลในทางบวกเป็นวงกว้างมากขึ้น รวมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับภาคธุรกิจเวียดนามเพื่อใช้ศักยภาพ จุดแข็งและการสนับสนุนระหว่างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น

“สถานประกอบการของทั้งสองประเทศควรเกาะติดแนวทางความร่วมมือสำคัญที่ผู้นำระดับสูงของสองพรรคและสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกัน พร้อมทั้งเป็นฝ่ายรุกในการยื่นข้อเสนอและดำเนินโครงการที่เป็นรูปธรรมต่างๆ โดยต้องยกระดับคุณภาพการลงทุนและเน้นถึงการเพิ่มสัดส่วนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หวังว่าภาคธุรกิจจีนจะเพิ่มความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมในเวียดนาม ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการฝึกอบรมวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ตลอดจนแบ่งปันประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ”

นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ย้ำว่า รัฐบาลเวียดนามจะเดินหน้ารับฟัง เดินพร้อม ปกป้องสิทธิผลประโยชน์ที่ชอบธรรมของนักลงทุน อำนวยความสะดวกให้สถานประกอบการประสบความสำเร็จในการลงทุนประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนในเวียดนาม.