นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง พร้อมคณะปฏิบัติงานของส่วนกลางได้เดินทางไปจุดธูปและวางพวงมาลาเพื่อรำลึกถึงวีรชนทหารพลีชีพเพื่อชาติ ณ อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ในพื้นที่โบราณสถานทางประวัติศาสตร์เนิน E2 เมืองเดียนเบียนฟู วิหารทหารพลีชีพเพื่อชาติในสมรภูมิเดียนเบียนฟู และสุสานทหารพลีชีพเพื่อชาติ A1 ในเมืองเดียนเบียนฟู พร้อมทั้ง เดินทางไปเยี่ยมเยียนนาย ฟี๊ฮึงหยุง ทหารทุพพลภาพ และผู้เข้าร่วมการต่อสู้ที่ได้รับผลกระทบจากสารพิษ ณ แขวงเดียนเบียนฟู
เช้าวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้ประชุมกับพรรคสาขาจังหวัดเดียนเบียน โดยกล่าวว่า เดียนเบียนมีศักยภาพและความได้เปรียบสำหรับการพัฒนาเป็นอย่างมาก เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ไม่ต้องดำเนินการควบรวมพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จังหวัดฯยังไม่สามารถสร้างก้าวกระโดดได้เนื่องจากมี "ข้อจำกัด" ภายใน ซึ่งแม้จะระบุปัญหาได้แล้วแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน นายกรัฐมนตรีจึงเสนอให้จังหวัดเดียนเบียนเน้นเปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการเติบโต จัดตั้งรูปแบบการพัฒนาใหม่ที่สอดคล้องกับ สถานการณ์ และความได้เปรียบในการแข่งขัน
“ในโครงสร้างเศรษฐกิจภาคบริการถือเป็นภาคส่วนที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้น จึงต้องเน้นสร้างเศรษฐกิจชายแดนที่ทันสมัย ณ ด่านเตย์จาง และด่านอาปาจ๋าย เพื่อให้เดียนเบียนกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การค้าชายแดน และโลจิสติกส์ของเขตตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นประตูเชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค เปลี่ยนความได้เปรียบของสนามบินเดียนเบียน โบราณสถานแห่งชาติพิเศษเดียนเบียนฟู ความทรงจำทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนระบบภูมิทัศน์มรดกอันโดดเด่น เช่น เหมื่องแทง เทศกาลดอกกาหลง ให้กลายเป็นแหล่งพลังที่เข้มแข็งในการพัฒนาการท่องเที่ยว สำหรับด้านอุตสาหกรรมแปรรูปและการผลิต การพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทางพลังงานที่ทันสมัยเป็นแนวทางที่ถูกต้องอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เดียนเบียนยังต้องเน้นพัฒนาด้านการเกษตร การแปรรูปเชิงลึก เพิ่มมูลค่า มีความยั่งยืน และเน้นผลิตภัณฑ์หลัก”
นายกรัฐมนตรีเสนอให้จังหวัดเดียนเบียนธำรงระดับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนภาครัฐให้อยู่ในกลุ่มท้องถิ่นนำหน้าของประเทศ มุ่งมั่นให้บรรลุแผนการที่วางไว้ในปี 2026 ให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อโครงการสำคัญ ยึดมั่นโยกย้ายงบประมาณจากโครงการที่ล่าช้าไปยังโครงการที่มีการเบิกจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินการมอบหมายแผนการลงทุนภาครัฐระยะกลางช่วงปี 2026-2030 ให้แล้วเสร็จเพื่อค้ำประกันประสิทธิภาพของการลงทุน การจัดสรรงบประมาณอย่างมีจุดมุ่งหมาย โดยลดจำนวนโครงการลงอย่างน้อย 30% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2021-2025 เน้นการปฏิบัติ การตรวจสอบ และกำกับดูแลการดำเนินโครงการเป้าหมายแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้ง ให้ความสำคัญต่อการลงทุนพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง ใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบของการมีสนามบินเดียนเบียนอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์เชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค.
