ในการนี้ นายกรัฐมนตรี เลมิงฮึงห์ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายผลักดันการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับ โดยเฉพาะระดับสูงเพื่อส่งเสริมความไว้วางใจทางการเมือง สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน พร้อมทั้งเสนอให้เอสโตเนียส่งเสริมให้บรรดาประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรือ EU ที่เหลือให้สัตยาบันข้อตกลงคุ้มครองการลงทุนระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรปหรือ EVIPA โดยเร็ว ส่งเสริมให้คณะกรรมาธิการยุโรปหรือ EC ยกเลิกใบเหลืองต่อสัตว์น้ำเวียดนาม ผลักดันเสาหลักสำคัญของทั้งสองประเทศ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล และนวัตกรรม ส่งเสริมความร่วมมือในด้านกลาโหมและความมั่นคง การศึกษาและการฝึกอบรม นายกรัฐมนตรี เลมิงฮึงห์ แสดงความหวังว่า เอสโตเนียจะสนับสนุนเวียดนามในการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในทุกด้าน การสร้างและดำเนินงานศูนย์ข้อมูล ค้ำประกันความปลอดภัยทางไซเบอร์ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ การผลิตอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อมีส่วนช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจเวียดนาม

ส่วนรัฐมนตรี มาร์กุส ซัห์กนา ได้ย้ำว่า เอสโตเนียจะสนับสนุนเวียดนามในการฝึกอบรมและพัฒนาแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐกิจดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งเผยว่า ในคณะฯ มีตัวแทนของสถานประกอบการดีเด่นของเอสโตเนีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เอสโตเนียให้ความสนใจต่อความร่วมมือกับเวียดนามในด้านที่สอดคล้องกับความต้องการของเวียดนาม เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน และพลังงาน.