นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง เจรจากับนายกรัฐมนตรี ฝรั่งเศส (VGP)

ในการเจรจากับนายกรัฐมนตรี ฝรั่งเศส นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ยืนยันว่า ความร่วมมือระหว่างสองประเทศมีศักยภาพการพัฒนาเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะในด้านที่เป็นจุดแข็งของฝรั่งเศสและเวียดนามมีความต้องการ เช่น อวกาศ การคมนาคมตัวเมือง พลังงานนิวเคลียร์ เทคโนโลยีการผลิต เป็นต้น พร้อมทั้งเสนอให้ฝรั่งเศสอนุมัติข้อตกลงคุ้มครองการลงทุนอียู – เวียดนามหรือ EVIPA และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเวียดนามปฏิบัติข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม – อียูเอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียกร้องให้นักลงทุนฝรั่งเศสร่วมทุนกับสถานประกอบการเวียดนามพัฒนาอุตสาหกรรมและการให้บริการเชิงยุทธศาสตร์ เช่น รถยนต์และโลจิสติกส์ เป็นต้น ส่วนนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสยืนยันว่า ฝรั่งเศสให้ความสำคัญต่อการขยายความร่วมมือกับเวียดนามในด้านต่างๆ ให้ทัดเทียมกับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านในปัจจุบัน หลังการเจรจา นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและมอบบันทึกช่วยจำเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรแร่ธาตุอย่างยั่งยืนและเพิ่มความรู้ด้านธรณีวิทยาเพื่อเตรียมพร้อมให้แก่การปรับเปลี่ยนด้านพลังงาน

นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง และประธานวุฒิสภาฝรั่งเศส Gérard Larcher (VGP)

ในบ่ายวันเดียวกัน ในการพบปะกับประธานวุฒิสภาฝรั่งเศส Gérard Larcher นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เสนอให้วุฒิสภาฝรั่งเศสขยายความร่วมมือกับสภาแห่งชาติเวียดนามในการสนับสนุนการอนุมัติข้อตกลงร่วมมือและเพิ่มการประสานงานและสนับสนุนกันในฟอรั่มรัฐสภาระดับภูมิภาคและโลก พร้อมทั้งเสนอให้ฝรั่งเศสอนุมัติข้อตกลงอีวีไอพีเอโดยเร็ว ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์ด้านกลาโหม ความมั่นคง โดยเฉพาะการธำรงสันติภาพ การกู้ภัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน สาธารณสุขและการผลิตวัคซีน เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง พบปะกับประธานรัฐสภาฝรั่งเศส Yael Braun-Pivet (VGP)

ส่วนในการพบปะกับประธานรัฐสภาฝรั่งเศส Yael Braun-Pivet นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เสนอให้รัฐสภาฝรั่งเศสสนับสนุนรัฐบาลปฏิบัติเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมในความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศส ผู้นำทั้งสองท่านเห็นพ้องที่จะธำรงการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนระดับสูงต่างๆ ของรัฐสภาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการตรวจสอบข้อตกลงร่วมมือที่ได้ลงนามระหว่างรัฐบาลของสองประเทศ

บนเวทีพหุภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเพิ่มการประสานงานและสนับสนุนกันในฟอรั่มรัฐสภาระดับภูมิภาคและโลก เช่น ไอพียูและเอพีเอฟ เป็นต้น.