นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง และนายกรัฐมนตรีจีน หลี่เฉียง ในพิธีเปิดการประชุม

นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง พร้อมผู้นำจาก 5 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีจีน นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายกรัฐมนตรีเซเนกัล ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ และนายกรัฐมนตรีคีร์กีซสถานได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมฯ

ในกรอบการประชุม นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในการอภิปรายที่สำคัญๆ และเป็นแขกรับเชิญพิเศษในการสนทนานโยบายระดับชาติในหัวข้อ “เวียดนาม - ยุคแห่งการผงาด: วิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ”

บรรดาผู้แทนเข้าร่วมการประชุม

ก่อนหน้านั้น ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมผู้นำ WEF ประจำปี 2025 ณ เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อบ่ายวันที่ 25 มิถุนายน นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้เข้าร่วมการประชุมอภิปรายภายใต้หัวข้อ “ศตวรรษแห่งเอเชียกำลังเผชิญกับความท้าทายหรือไม่”

นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง เข้าร่วมการประชุมอภิปรายภายใต้หัวข้อ “ศตวรรษแห่งเอเชียกำลังเผชิญกับความท้าทายหรือไม่” (VGP)

นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้งเห็นว่า เอเชียมีพื้นฐานอย่างเพียงพอและศักยภาพเพื่อพัฒนาต่อไป และยืนยันถึงบทบาทในการเป็นเสาหลักและหัวเรือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก เพื่อสร้างศตวรรษแห่งเอเชียที่มั่งคั่ง เจริญรุ่งเรืองและพัฒนาอย่างยั่งยืน นายกรัฐมนตรีได้เสนอ “5 ประเด็นแห่งการเดินหน้า” ที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ต่อเอเชีย ซึ่งในนั้น เอเชียต้องเดินหน้าในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสีเขียว การเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่า ส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก เดินหน้าในการส่งเสริมจิตใจแห่งการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ นวัตกรรม การพัฒนาสถานประกอบการ เดินหน้าในการส่งเสริมการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและสังคม การค้ำประกันให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา

“เอเชียต้องเดินหน้าในการยึดมั่นเป้าหมายในการธำรงบรรยากาศที่สันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือ การพัฒนา และปกป้องคุณค่าพื้นฐานหลักในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นฝ่ายรุกในการสนทนา จัดการความขัดแย้ง ขยายความร่วมมือ และส่งเสริมความเชื่อมโยงทั้งภายในและนอกภูมิภาค ให้ความสำคัญต่อลัทธิพหุภาคี ให้ความเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ส่งเสริมความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างประเทศ สร้างสรรค์และเสริมสร้างความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้เอเชียสามารถกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าเชื่อถือของโลกอย่างแท้จริง”.