ภาพในฟอรั่ม (VNA) |
ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ย้ำว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในกระบวนการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ต้องสร้างสรรค์อุตสาหรรมแห่งชาติที่เข้มแข็ง พึ่งตนเอง พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของกระบวนการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ต้องสร้างก้าวกระโดดในการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่กระบวนการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัย นายกรัฐมนตรีกำชับให้แปรทัศนะอย่างเป็นรูปธรรม คือแหล่งพลังภายในประเทศเป็นพื้นฐาน ยุทธศาสตร์ ยาวนานและชี้ขาด ส่วนแหล่งพลังภายนอกมีความสำคัญและเป็นก้าวกระโดด สถานประกอบการภายในประเทศเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก สถานประกอบการเอฟดีไอมีบทบาทที่สำคัญและเป็นก้าวกระโดดในการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัย
นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม |
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ในฐานะเศรษฐกิจที่พัฒนาอย่างคล่องตัว เวียดนามยืนหยัดความพยายามมุ่งสู่เป้าหมายสร้างสรรค์ประเทศให้เจริญรุ่งเรืองและเข้มแข็ง กลายเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีระบบอุตสาหกรรมที่ทันสมัย รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรอยู่ในระดับปานกลางขั้นสูงภายในปี 2030 และถึงปี 2045 จะเป็นประเทศพัฒนาที่มีรายได้สูง “พรรคฯ และรัฐให้ความสำคัญและถือการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล การปรับเปลี่ยนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นหน้าที่หลักในกระบวนการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เป็นวิธีการใหม่เชิงก้าวกระโดดเพื่อลดเวลาการพัฒนาเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัย เวียดนามมีความได้เปรียบต่างๆ ในการเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 เช่น มีประชากรอยู่ในวัยเยาว์ คล่องตัว นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่วนกลไกนโยบายต่างๆ ในด้านนี้นับวันก็ได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์มากขึ้น ดังนั้น ต้องให้ความสนใจถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบในทางลบต่างๆ เพราะนี่ก็เป็นโอกาสให้เวียดนามแปรความฝันเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองและผาสุกให้เป็นความจริง.


