นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก เลขาธิการใหญ่ของสหประชาชาติและบรรดาผู้แทน

เช้าวันที่ 30 พฤษภาคม ณ สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติในนครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐ นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้เจรจากับเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส โดยยืนยันว่า เวียดนามกำลังมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งต่อภารกิจของสหประชาชาติ พร้อมทั้งเสนอให้สหประชาชาติผลักดันการช่วยเหลือเวียดนามในการปฏิบัติระเบียบวาระการประชุม 2030 เกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ข้อตกลงปารีสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและกรอบการดำเนินงานเซ็นไดเกี่ยวกับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ เวียดนามได้ตัดสินใจเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศเดินหน้าในการปฏิบัติข้อคิดริเริ่มของสหประชาชาติเกี่ยวกับการรับมือกับปรากฎการณ์เอลนีโญ และ La Nina ในการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งในระดับภูมิภาคและโลก นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติทราบเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเมื่อเร็วๆนี้ในทะเลตะวันออก และเสนอให้สนับสนุนและผลักดันการแก้ไขการพิพาทในทะเลตะวันออกด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานกฎหมายสากล รวมทั้งอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982 ให้ความเคารพกระบวนการทางการทูตและนิตินัยอย่างสมบูรณ์ และเสร็จสิ้นการจัดทำร่างระเบียบการปฏิบัติต่อกันในทะเลตะวันออกหรือซีโอซีโดยเร็ว

ส่วนเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ได้ชื่นชมผลสำเร็จด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เวียดนามได้บรรลุในเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปฏิบัติเป้าหมายพัฒนาแห่งสหัสวรรษ และมีความประสงค์ว่า เวียดนามจะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติเป้าหมายพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในวันเดียวกัน ณ สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้เข้าร่วมและกล่าวปราศรัยในพิธีฉลองครบรอบ 40 ปีเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติโดยมีการเข้าร่วมของนาย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่ของสหประชาชาติ นาย Peter Thompson ประธานสมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติ เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหประชาชาติ บรรดาเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะตัวแทนของประเทศต่างๆ ในการกล่าวปราศรัยในพิธี นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้ย้ำว่า “ในตลอด 40 ปีที่ผ่านมา พวกเรารู้สึกยินดีต่อการพัฒนาที่ดีงามของความสัมพันธ์เวียดนาม สหประชาชาติ ประชาชนเวียดนามจดจำการช่วยเหลือที่ล้ำค่า การช่วยเหลือของสหประชาชาติและประชาคมโลกในการแก้ไขผลเสียหายจากสงคราม การฟื้นฟูพัฒนาประเทศเวียดนาม ซึ่งมีส่วนร่วมสำคัญต่อการทำให้ประเทศเวียดนามบรรลุผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และน่าภาคภูมิใจในปัจจุบัน”

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า เวียดนามให้ความสำคัญต่อความร่วมมือกับสหประชาชาติ และแสดงความเห็นว่า ในสภาวการณ์โลกปัจจุบัน ต้องส่งเสริมบทบาทเป็นศูนย์กลางของสหประชาชาติ โดยเฉพาะการรักษาสันติภาพ ความมั่นคงระหว่างประเทศ การแก้ไขการพิพาทผ่านมาตรการสันติบนพื้นฐานการให้ความเคารพกฎบัตรของสหประชาชาติและกฎหมายสากล.