นายกรัฐมนตรีกล่าวปราศรัยในการประชุม (VGP)

นายกรัฐมนตรีเหงวียนซวนฟุกได้ชี้ชัดว่า ในหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาการเบิกจ่ายเงินลงทุนสาธารณะที่ล่าช้าได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม พร้อมทั้งย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของการลงทุนสาธารณะต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเผยว่า เงินลงทุนสาธารณะคิดเป็นร้อยละ 10.7 ของจีดีพี ร้อยละ 32 ของยอดเงินลงทุนในสังคมในปี 2019“การเบิกจ่ายเงินลงทุนสาธารณะอย่างล่าช้าได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะเงินทุนสาธารณะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญต่อการขยายตัว สองคือเงินลงทุนสาธารณะเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนเพื่อปฏิบัติโครงการสำคัญๆ ซึ่งการเบิกจ่ายเงินลงทุนสาธารณะล่าช้าจะส่งผลกระทบในทางลบต่อการระดมเงินจากภาคเอกชน หุ้นส่วนต่างชาติและแหล่งพลังต่างๆในสังคม รวมทั้งชื่อเสียงของประเทศและความไว้วางใจของนักลงทุนและนักอุปถัมภ์ สามคือทำให้รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเบิกจ่ายเงินที่ล่าช้า สี่คือทำให้สถานประกอบการและนักลงทุนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม งานทำลดลง หนี้เสียเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบในทางลบต่อชื่อเสียงของบริษัท”

นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทำการชี้แจงเกี่ยวกับสาเหตุและเสนอมาตรการผลักดันการเบิกจ่ายเงินลงทุนสาธารณะ.