![]() |
ในการกล่าวปราศรัยสรุปการประชุม นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊กได้ระบุว่า ถ้าหากนำจีดีพีไปหารกับจำนวนแรงงานทั่วประเทศก็จะพบว่า กำลังการผลิตของเวียดนามต่ำมาก ซึ่งสูงกว่าลาว กัมพูชาและเมียนมาร์เท่านั้น โดยสาเหตุของปัญหาดังกล่าวมาจากพื้นฐานในการเริ่มต้นและจีดีพีที่ยังไม่ได้ถูกคำนวณอย่างสมบูรณ์ รวมถึงแรงงานเวียดนามที่มีจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตร “ปัจจุบันนี้ จีดีพีของเวียดนามยังขาดอีกหลายด้าน ถ้าหากมีการคำนวณอย่างสมบูรณ์ จีดีพีจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25.4 โดยคูณด้วย 2 แสน 4 หมื่น 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจีดีพีของเวียดนามในปัจจุบันแล้วหารกับจำนวนแรงงานก็จะได้ตัวเลขที่สูงขึ้น นอกจากนี้ แรงงานในภาคการเกษตรยังอยู่ในระดับสูงเกินไป คือกว่าร้อยละ 37 ในขณะที่ญี่ปุ่นและอังกฤษมีแรงงานในภาคการเกษตรร้อยละ 2 หรือ 3 เท่านั้น”
นายกรัฐมนตรียังกำชับว่า แม้กำลังการผลิตของแรงงานยังอยู่ในระดับต่ำแต่เวียดนามยังคงมีศักยภาพอีกมากในการเพิ่มผลผลิต ดังนั้น หน้าที่ที่สำคัญคือต้องผลักดันการเพิ่มกำลังการผลิตผ่านการผลักดันการปฏิรูปกลไกเพื่อระดมพลังทุกแหล่งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะต้องมีกลไกที่ดึงดูดผู้ที่มีทักษะความสามารถจากทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญและนักศึกษาเวียดนามในต่างประเทศเข้าร่วม.

