นายกรัฐมนตรีเวียดนามยืนยันว่า เยอรมนีเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนสำคัญของเวียดนามในด้านการค้า การลงทุนและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในสหภาพยุโรปหรือ EU พร้อมทั้งเสนอให้ขยายความร่วมมือระหว่างนครฮัมบูร์กกับท้องถิ่นต่าง ๆ ของเวียดนาม โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น ท่าเรือ โลจิสติกส์ เศรษฐกิจทางทะเล การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เมืองอัจฉริยะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการศึกษา
นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ยังเสนอให้นครฮัมบูร์กสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สินค้าเวียดนาม เชื่อมโยงตลาด และส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าเวียดนามในเยอรมนี รวมถึงใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหภาพยุโรป หรือ EVFTA อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเวียดนามกับกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและห่วงโซ่อุปทานพลังงานลมนอกชายฝั่งระดับโลกของนครฮัมบูร์ก
ส่วนนาย ปีเตอร์ ชึนท์เชอร์ ยืนยันว่า กรอบความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม-เยอรมนีและความตกลง EVFTA เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือ โดยนครฮัมบูร์กและภาคธุรกิจเยอรมนีมีความประสงค์ที่จะกระชับความร่วมมือระยะยาวกับเวียดนาม โดยเฉพาะในด้านท่าเรือ โลจิสติกส์ การขนส่ง พลังงานลม การศึกษาระดับอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเวียดนามเดินทางไปเยอรมนีเพื่อแสวงหาโอกาสความร่วมมือและขยายการค้ากับเยอรมนีและสหภาพยุโรป./.
