ในกรอบการเยือน นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้มีการพบปะเลขาธิการใหญ่พรรคประธานประเทศ โตเลิม ประธานสภาแห่งชาติ เจิ่นแทงเหมิ่น เจรจากับนายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง และเข้าร่วมการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับผลการเจรจา ทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ 6 ฉบับ ในการเจรจาและการพบปะต่าง ๆ ผู้นำทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ผ่านความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และ ODA มีส่วนช่วยค้ำประกันความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และการเกษตรที่ยั่งยืน พร้อมทั้งเห็นพ้องเกี่ยวกับมาตรการต่างๆเพื่อเพิ่มเงินลงทุนของญี่ปุ่นในเวียดนามขึ้นเป็น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีและมูลค่าการค้าต่างตอบแทนระหว่างสองประเทศขึ้นเป็น 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ผู้นำทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในฟอรั่มระดับภูมิภาคและโลก เช่น สหประชาชาติ อาเซียน อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในสภาวการณ์ที่สถานการณ์โลกมีความผันผวนอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและพลังงานของโลก ร่วมกันมีส่วนร่วมต่อการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาในภูมิภาคและของโลก

ส่วนในการกล่าวปราศรัย ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้กล่าวถึงความทรงจำเกี่ยวกับการเยือนเวียดนามเมื่อ 6 ปีก่อนและแสดงความประสงค์ที่จะได้กลับไปเยือนเมืองฮอยอันอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสะพานจั่วเกิ่ว ซึ่งเป็นการแสดงเห็นถึงประวัติศาสตร์การค้าที่คึกคักยาวนานกว่า 400 ปีระหว่างสองประชาชาติในเขตทะเลที่เสรี ในโอกาสรำลึกครบรอบ 10 ปีที่อดีตนายกรัฐมนตรี อาเบะ ชินโซ เสนอวิสัยทัศน์อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างหรือ FOIP เป็นครั้งแรกที่ประเทศเคนยาเมื่อปี 2016 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิ ยืนยันถึงความเหมาะสมของ FOIP โดยเฉพาะเมื่ออาเซียนอนุมัติมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิกหรือ AOIP ที่มีคุณค่าหลักร่วมเมื่อปี 2019 จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระเบียบโลก เช่น การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงใหม่เทคโนโลยี และการพัฒนาของกลุ่มประเทศในซีกโลกใต้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศการปรับปรุง FOIP อย่างเป็นทางการ โดยเน้นถึง 3 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจสำหรับยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ AI และข้อมูล การผลักดันห่วงโซ่จัดสรรพลังงานและวัสดุ การสร้างโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนและการแบ่งปันกฎระเบียบ และการผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อค้ำประกันสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค.