ในการนี้ นาย เจิ่นเหวียดแอง ผู้อำนวยการบริษัทหุ้นส่วนนามท้ายเซินได้เผยว่า อุปสรรค์ที่สำคัญของสถานประกอบการสตาร์ทอัพคือปัญหาการขาดเงินทุน ประสบการณ์และการเช่าพื้นที่เพื่อใช้เป็นสำนักงาน ส่วนนายเหงวียนหุ่งฟอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพของมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์นครโฮจิมินห์ได้เผยว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีแผนการทำธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีประสิทธิภาพมากนัก ส่วนสถานประกอบการสตาร์ทอัพต้องการคณะที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ ซึ่งเพื่อส่งเสริมแผนการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ นครโฮจิมินห์ได้มีศูนย์บ่มเพาะสถานประกอบ 20 แห่งที่ให้การสนับสนุนแก่ 86 โครงการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งในนั้น มีโครงการต่างๆที่ประสบความสำเร็จ แต่อย่างก็ตาม การทุจริตในเชิงพาณิชย์ยังมีข้อจำกัด ดังนั้นต้องการการสนับสนุนด้านการเงิน ซึ่งบรรดาผู้แทนได้เสนอให้ทางการนครฯมีนโยบายสนับสนุนด้านภาษี พร้อมทั้งระดมเงินทุนจากสถานประกอบการและกองทุนต่างๆเพื่อสนับสนุนสถานประกอบการสตาร์ทอัพ.