นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง กล่าวปราศรัยในการประชุม |
ในการกล่าวปราศรัยในการประชุม นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า สำหรับเวียดนาม การที่สหรัฐเก็บภาษีถึงร้อยละ 46 ต่อสินค้าที่นำเข้าจากเวียดนามได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อการส่งออก แรงงานและสถานประกอบการ แต่เวียดนามยังคงสามารถปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพต่อทุกปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในทั่วโลก ภูมิภาคและในเวียดนาม
“เศรษฐกิจของเราเป็นเศรษฐกิจที่กำลังมีการปรับตัวเวียดนามยังคงเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา มีขอบเขตเศรษฐกิจที่ไม่ใหญ่มากนัก ซึ่งยังขาดความแข็งแกร่งในการเผชิญปัญหาในระยะยาว โดยเฉพาะผลกระทบจากภายนอก ดังนั้น ทุกปัญหาจะเป็นความท้าทายแต่ก็เป็นโอกาสให้เราปฏิรูปโครงสร้างของเศรษฐกิจและเป็นโอกาสให้เราก้าวรุดหน้าอย่างเข้มแข็ง พึ่งตนเองและเติบโตมากขึ้น”
นายกรัฐมนตรี ฝ่ามมิงชิ้ง ยังกำชับให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตัวแทนของเวียดนามในต่างประเทศผลักดันการวิจัย โดยเฉพาะแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องของประเทศที่ตนกำลังอาศัยอยู่เพื่อรายงานสถานการณ์ ผลงานและเสนอมาตรการต่างๆต่อนายกรัฐมนตรีอย่างทันการณ์ ใช้ความได้เปรียบจากข้อตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอที่ได้ลงนาม ผลักดันการลงนามในข้อตกลงเอฟทีเอฉบับใหม่ๆ ข้อตกลงคุ้มครองการลงทุน เป็นต้น เพื่อเปิดตลาดและใช้ศักยภาพจากตลาดใหม่ๆอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความหลากหลายให้แก่ตลาดและสินค้า รวมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนหามาตรการแก้ไขใหม่ๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนและการเงินให้แก่การพัฒนา ผลักดันการต่างประเทศด้านเศรษฐกิจที่เน้นถึงด้านที่เป็นเสาหลักและสร้างก้าวกระโดดให้แก่การขยายตัว โดยเฉพาะการทูตด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ.

