![]() |
บ่ายวันที่24สิงหาคม นาย บินาลิ ยิลดิริม นายกรัฐมนตรีตุรกีได้เดินทางออกจากกรุงฮานอย เสร็จสิ้นการเยือนเวียดนามในระหว่างวันที่22-24สิงหาคมตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี เหงวียนซวนฟุก
ก่อนหน้านั้น ในวันเดียวกัน ณ กรุงฮานอย นายกรัฐมนตรีเวียดนามและตุรกีได้ เข้าร่วมฟอรั่มสถานประกอบการเวียดนาม-ตุรกี โดยมีผู้บริหารกระทรวง หน่วยงาน สถานประกอบการทั้งสองประเทศ70แห่งเข้าร่วม ในการนี้ บรรดาสถานประกอบการทั้งสองประเทศได้แสดงความประสงค์ว่า ผู้นำทั้งสองประเทศจะอำนวยความสะดวกและยกเลิกกำแพงกีดกันทางการค้าเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนภายในปี2020ขึ้นเป็น4พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม นาย เวืองดิ่งเหวะ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้แจ้งให้บรรดานักลงทุนตุรกีรับทราบเกี่ยวกับศักยภาพและโอกาสการลงทุนในเวียดนาม ซึ่งเวียดนามเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวสูง บรรยากาศการลงทุนมีเสถียรภาพและน่าสนใจและค่าจ้างแรงงานถูก เวียดนามได้เข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรีระดับทวิภาคีและพหุภาคีและมีความสัมพันธ์ทางการค้ากับ220ประเทศและดินแดน “เวียดนามกำลังปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนและประกอบธุรกิจ อำนวยความสะดวกให้แก่การแลกเปลี่ยนทางการค้า การปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรมของบรรดานักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ เวียดนามส่งเสริมการดึงดูดการลงทุนในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง การบริหารที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสถานประกอบการพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับสถานประกอบการตุรกีทั้งสถานประกอบการขนาดใหญ่ สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมอีกด้วย ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยห่วงโซ่คุณค่าและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคและโลก”
รองนายกรัฐมนตรี เวืองดิ่งเหวะยังได้เผยว่า เมื่อเข้ามาลงทุนในเวียดนาม บรรดาสถานประกอบการตุรกีจะมีโอกาสเข้าถึงตลาดที่มีประชากร650ล้านคนของอาเซียน โดยอัตราจีดีพีอยู่ที่2.5ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนนายกรัฐมนตรีตุรกีได้เผยว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้จะมีส่วนช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่ ซึ่งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและสถานประกอบการเป็นปัจจัยที่สำคัญ “พวกเราไม่สามารถผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าได้ถ้าหากให้ความสนใจแต่ความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาล โดยต้องเน้นถึงสถานประกอบการ รวมทั้ง ตัวแทนสถานประกอบการของทั้งสองประเทศที่เข้าร่วมฟอรั่มนี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือ ค้ำประกันและช่วยเหลือสถานประกอบการต่างๆในการแก้ไขอุปสรรค”
นายกรัฐมนตรีตุรกีได้เห็นว่า การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสองประเทศจะเปิดโอกาสให้แก่สถานประกอบการ พร้อมทั้ง ให้คำมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่การผลักดันความร่วมมือระหว่างสถานประกอบการทั้งสองประเทศ.
![]() |
ในกรอบการเยือนเวียดนาม นายกรัฐมนตรีตุรกีได้เดินทางไปเยือนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์เวียดนาม ในการนี้ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ เหงวียนกวางท้วน หัวหน้าสถาบันฯได้มอบเข็มที่ระลึกเพื่อภารกิจวิทยาศาสตร์และสังคมให้แก่นายกรัฐมนตรีตุรกีเพื่อรับทราบถึงความสนใจของท่านนายกรัฐมนตรีต่อการพัฒนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และสังคม.


