ในการนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้กำชับว่า วาระใหม่ 2026-2031 มีขึ้นในสภาวการณ์พิเศษ ซึ่งเป็นวาระแรกที่ปฏิบัติมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 และเป็นช่วงเวลาชี้ขาดเกี่ยวกับการที่เวียดนามจะสามารถก้าวไปสู่ระดับการพัฒนาใหม่ที่สูงขึ้นได้หรือไม่ ดังนั้น ภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลในวาระใหม่คือสร้างสรรค์บรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนา เปิดโอกาสให้แก่การขยายตัว สร้างพลังขับเคลื่อนใหม่และเพิ่มทักษะความสามารถในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
“ต้องธำรงความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค เสริมสร้างความสมดุลใหญ่ๆ ควบคุมความเสี่ยงให้ดี สร้างพลังขับเคลื่อนแห่งการขยายตัวใหม่ๆ พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อบรรลุเป้าหมายการขยายตัวให้อยู่ในระดับสูงและยั่งยืน การขยายตัวให้อยู่ที่เลข 2 หลัก บนพื้นฐานของการปฏิรูปอย่างเข้มแข็งในด้านกลไกระเบียบ เพิ่มผลิตภาพ ใช้พลังทุกแหล่งในสังคมและอำนวยความสะดวกให้แก่การลงทุนภาคเอกชน การเปลี่ยนแปลงใหม่นวัตกรรมและยกระดับคุณภาพของแหล่งบุคลากร เป็นต้น รัฐบาลต้องยกระดับทักษะความสามารถในการจัดการปฏิบัติมติต่างๆ ของพรรค สภาแห่งชาติและกฎหมายของรัฐ ช่วยให้ประชาชนและสถานประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุนประกอบธรุกิจ ช่วยให้การตัดสินใจต่างๆ ของรัฐกลายเป็นพลังขับเคลื่อนแห่งการพัฒนา”
ในนามของรัฐบาลและพรรคสาขารัฐบาล นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้ยืนยันว่า
“พวกเราได้รับมอบหมายหน้าที่ในขณะที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่โอกาสแห่งการพัฒนาใหม่แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย ดังนั้น เพื่อให้สมกับความไว้วางใจของพรรคและความคาดหวังของประชาชน ผมขอเสนอให้ทุกท่านยกย่องจิตใจแห่งความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ มีวินัยและระเบียบแบบแผนอย่างเคร่งครัด ไม่หยุดยั้งในการฝึกฝนหล่อหลอมตนเอง กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ กล้ารับมืออุปสรรคและความท้าทายต่างๆ และลงมือปฏิบัติอย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิผล เน้นสร้างสรรค์ให้พรรคสาขารัฐบาลและ รัฐบาล รวมทั้งระบบการบริหารราชการ ตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงส่วนท้องถิ่นให้มีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างแท้จริง เป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน พร้อมที่จะรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่”
ก่อนหน้านั้น ในเช้าวันเดียวกัน ในการประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 สภาแห่งชาติได้อนุมัติมติและข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี 6 คน และรัฐมนตรี 14 คน รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจเทียบเท่ากระทรวง 3 คนวาระปี 2026–2031.
