รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ามยาตุ๊ก กำชับให้ TKV ยังคงส่งเสริมบทบาทเป็นสถานประกอบการภาครัฐแกนหลักในภาคถ่านหินและแร่ธาตุ โดยเน้นปฏิบัติมาตรการและภารกิจอย่างพร้อมเพรียงเพื่อบรรลุเป้าหมายการผลิตและประกอบธุรกิจปี 2026 และแผนการที่วางไว้ในช่วงปี 2026-2030 ให้ประสบความสำเร็จ

“เดินหน้าค้ำประกันการผลิตถ่านหินให้มีเสถียรภาพ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการผลิตและประกอบธุรกิจที่ได้รับการมอบหมายในปี 2026 และช่วงปี 2026-2030 ให้ความสำคัญต่อการค้ำประกันการจัดสรรถ่านหินให้แก่การผลิตไฟฟ้าตามคำมั่นที่ให้ไว้กับรัฐบาลอย่างเพียงพอ ไม่ปล่อยให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้าในทุกกรณี เป็นฝ่ายรุกในการตรวจสอบโครงการลงทุนด้านการทำเหมืองถ่านหินและแร่ธาตุอย่างรอบด้าน เร่งดำเนินการโครงการตามเงื่อนไข วิจัยและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ การยกระดับผลิตภาพแรงงานและลดต้นทุนการผลิต”

สำหรับภาคเหมืองแร่ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ามยาตุ๊ก ได้ย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปแร่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น บอกไซต์ อะลูมิเนียม ธาตุหายาก และแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจที่พึ่งตนเอง พร้อมทั้ง สั่งให้กลุ่มบริษัท TKV ส่งเสริมการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และการพัฒนารูปแบบเหมืองอัจฉริยะ ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม.