ในการนี้ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้ย้ำถึงบทบาทสำคัญของระบบการเงินต่อเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม พร้อมทั้งเสนอให้ปรับกิจกรรมสินเชื่อของธนาคารให้กลับสู่บทบาทที่ควรเป็นนั่นคือการจัดสรรเงินทุนในระยะสั้นและเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ระบบเศรษฐกิจ พร้อมทั้งกำชับให้ธนาคารฯ และองค์กรสินเชื่อต้องพิจารณาความเสี่ยงและผลกระทบระดับมหาภาค โดยหน้าที่ของธนาคารฯ คือต้องควบคุมภาวะเงินเฟ้อและสนับสนุนการขยายตัว ดังนั้น การบริหารต้องมีความคล่องตัว เป็นฝ่ายรุกและตรงเวลา

“เป้าหมายในอนาคตคือ เราต้องพัฒนาตลาดทุนและตลาดพันธบัตร เพื่อทำให้กิจกรรมสินเชื่อของระบบธนาคารกลับไปสู่บทบาทที่ควรเป็น นั่นคือ การจัดสรรเงินทุนระยะสั้นและเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ระบบเศรษฐกิจ ส่วนแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนระยะกลางและระยะยาวนั้น จะต้องเน้นถึงสถาบันการเงินประเภทอื่นและตลาดอื่น ๆ ความรับผิดชอบของระบบธนาคารในการให้คำปรึกษาและมีส่วนร่วมในการทำให้กิจกรรมการระดมทุนมีความมั่นคงและโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาตลาดพันธบัตรถือเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากลไกด้วย”

นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ยังได้กำชับให้ธนาคารและองค์กรสินเชื่อเน้นดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขอุปสรรคและความท้าทายต่าง ๆ เพื่อค้ำประกันการจัดสรรเงินทุนอย่างเพียงพอให้แก่ระบบเศรษฐกิจ รักษาความปลอดภัยของระบบธนาคารและมุ่งมั่นตั้งใจบรรลุเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและสังคมของปี 2026 ตามที่กำหนดไว้.