![]() นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ มาร์ก รูทท์ |
(VOVworld) - ในกรอบการประชุมเกี่ยวกับกรอบอนุสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ COP ครั้งที่ 21 เมื่อค่ำวันที่ 30 พฤศจิกายนตามเวลาเวียดนาม ท่าน เหงียนเติ๊นหยุง นายกรัฐมนตรีพร้อมนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ มาร์ก รูทท์และรองประธานธนาคารโลก Laura Tusk ได้เป็นประธานการสนทนาระดับสูง “เวียดนามร่วมมือกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง” ในการกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุม ท่าน เหงียนเติ๊นหยุงได้ย้ำว่า ถ้าไม่มีมาตรการรับมือที่เหมาะสม คาดว่าจนถึงปลายศตวรรษนี้ ถ้าหากน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น 1 เมตรก็จะส่งผลให้พื้นที่ร้อยละ 40 ถูกน้ำท่วมและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงของเวียดนามเกือบร้อยละ 55 เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงเป็นเขตผลิตข้าวส่งออกคิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณข้าวทั่วโลก จัดสรรข้าวให้แก่ประชาชนนับล้านคนทั่วโลก สำหรับมาตรการในเวลาที่จะถึง นายกรัฐมนตรี เหงียนเติ๊นหยุงได้ย้ำว่า“ต้องขยายความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆในภูมิภาคและหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการแม่น้ำโขงระหว่างประเทศเพื่อใช้แหล่งน้ำในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน ใช้ความร่วมมือและการช่วยเหลือของประเทศและองค์การระหว่างประเทศให้แก่เวียดนาม รวมทั้งเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในกิจกรรมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลเวียดนามให้ความสำคัญต่อแหล่งเงินช่วยเหลือต่างประเทศ ในการสนทนาในวันนี้ พวกเรามีความประสงค์ว่าจะได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการและวิธีร่วมมือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการรับมือจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง”
![]() รองประธานธนาคารโลก Laura Tusk |


