การเยือนครั้งนี้มีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีขึ้นในบริบทของมิตรภาพอันยาวนานและความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างเวียดนามและเมียนมาร์กำลังพัฒนาอย่างดีงาม มีส่วนช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองและสร้างแรงผลักดันในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อการพัฒนาของทั้งสองประเทศ และมีส่วนร่วมธำรงสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค

ก่อนหน้านั้นในเช้าวันเดียวกัน ประธานาธิบดีเมียนมาร์ มิน อ่อง หล่ายและรองนายกรัฐมนตรี เหงวียน วัน ทั้ง ได้เข้าร่วมฟอรั่มธุรกิจเมียนมาร์-เวียดนาม โอกาสนี้ประธานาธิบดีเมียนมาร์ได้กล่าวย้ำว่าเมียนมาร์ยินดีและเรียกร้องความร่วมมือจากภาคธุรกิจเวียดนามในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความมั่นคงทางไซเบอร์ การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล บริการสาธารณะ เทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบการชำระเงินดิจิทัล และการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่สร้างสรรค์ เมียนมาร์อยากเชิญชวนนักลงทุนเวียดนามเข้าร่วมในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีในเขตไฮเทค

ส่วนรองนายกรัฐมนตรี เหงวียน วัน ทั้ง ได้กล่าวว่า เวียดนามและเมียนมาร์ต้องเสริมสร้างความเชื่อมโยงและการสนับสนุนเกื้อกูลกันระหว่างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างกรอบกฎหมายที่มั่นคงและโปร่งใส และสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเพิ่มขีดความสามารถภายในและสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองของแต่ละประเทศ และเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสองฝ่ายเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนและธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้ส่งสารไปยังภาคธุรกิจว่า "จงร่วมมือกันเพื่อให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับผลแห่งความร่วมมือและการพัฒนานั้นอย่างเป็นรูปธรรม"

ในกรอบของฟอรั่ม ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศได้ลงนามและแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในด้านต่างๆ.