นาย Moon Hee Sang ประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลีและนางเหงวียนถิกิมเงินประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม

หลังพิธี ทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจากัน โดยนาย Moon Hee Sang ประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลีได้เผยว่า หลังการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 1992 ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้มีก้าวพัฒนาอย่างข้ามขั้นในหลายด้าน เช่น การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการพบปะสังสรรค์ระดับประชาชน เวียดนามคือหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่อันดับ 4 ของสาธารณรัฐเกาหลี ในปี 2017 มูลค่าการค้าต่างตอบแทนบรรลุเกือบ 6 หมื่น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปี 2016 ส่วนสาธารณรัฐเกาหลีคือนักลงทุนรายใหญ่อันดับหนึ่งของเวียดนาม รวมยอดเงินลงทุน 7 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี Moon Hee Sang ย้ำว่า เวียดนามคือหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการพัฒนารายใหญ่อันดับแรกของสาธารณรัฐเกาหลี พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ร่วมมือมิตรภาพเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

ส่วนประธานสภาแห่งชาติเหงวียนถิกิมเงิน ได้ยืนยันว่า เวียดนามพร้อมร่วมกับรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลีและนาย Moon Hee Sang ในการกระชับความสัมพันธ์มิตรภาพที่ดีงามและความร่วมมือระหว่างรัฐสภาทั้ง 2 ประเทศเพื่อมีส่วนร่วมขยายความสัมพันธ์หุ้นส่วนร่วมมือยุทธศาสตร์เวียดนาม-สาธารณรัฐเกาหลีเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ พร้อมทั้งย้ำว่า เพื่อปฏิบัติเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนให้อยู่ที่ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2020 ตามแนวทางสร้างความสมดุลด้านการค้า ทั้ง 2 ฝ่ายควรธำรงกลไกความร่วมมือทวิภาคี เช่น คณะกรรมการผสมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับความร่วมมือด้านไฟฟ้านิวเคลียร์ พลังงานและอุตสาหกรรม คณะกรรมการร่วมรัฐบาลเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์และเทคนิคสาธารณรัฐเกาหลี-เวียดนาม อีกทั้งเสนอมาตรการขยายและยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของโครงการร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว

สำหรับปัญหาระหว่างประเทศ ประธานสภาแห่งชาติเหงวียนถิกิมเงินได้ย้ำว่า เวียดนามแสดงความยินดีต่อนโยบายมุ่งสู่ทิศใต้ใหม่ของสาธารณรัฐเกาหลีที่เน้นกระชับความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม เวียดนามชื่นชมจุดยืนของสาธารณรัฐเกาหลีเกี่ยวกับทะเลตะวันออก เสนอให้สาธารณรัฐเกาหลีสนับสนุนจุดยืนของเวียดนามและอาเซียนเกี่ยวกับการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ แก้ไขปัญหาการพิพาทในทะเลตะวันออกด้วยสันติวิธีที่สอดคล้องกับกฎหมายสากล ทั้ง 2 ฝ่ายควรขยายการประสานงานและสนับสนุนกันในฟอรั่มสหภาพรัฐสภาในภูมิภาคและโลกเพื่อมีส่วนร่วมธำรงบรรยากาศแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคและโลก.