ภาพการประชุม (VNA)

รัฐมนตรี หวิ่งแถ่งดาด เผยว่า ในเวลาที่ผ่านมา ได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งนำประสิทธิภาพมาให้แก่หน่วยงานต่างๆ เช่น สาธารณสุข โทรคมนาคมและการจารจร มีอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศและเข้าร่วมห่วงโซ่มูลค่าการผลิตและผลิตภัณฑ์มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ดังนั้น เพื่อส่งเสริมความได้เปรียบดังกล่าว ทางกระทรวงฯ ได้ใช้มาตรการดึงดูดแหล่งพลังให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ โดยได้อนุมัติโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายใหม่19 โครงการ แต่เพื่อสร้างก้าวกระโดดในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำเป็นต้องดึงดูดผู้ที่มีทักษะความสามารถ นี่คือปัญหาที่ยุ่งยากเพราะเผชิญอุปสรรคต่างๆ จากข้อกำหนดของกฎหมายข้าราชการ พนักงานและการเงิน

“เมื่อเร็วๆนี้ ในการปฏิบัติมติที่ 27 เกี่ยวกับการสร้างสรรค์แถวขบวนปัญญาชน ทางกระทรวงฯ ได้รับมอบหมายให้จัดทำร่างโครงการ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ยากลำบากแต่ทางกระทรวงฯ จะพยายามเพื่อให้โครงการนี้สามารถดึงดูดนักวิจัยทั้งภายในและต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ”

ควบคู่กันนั้น เวียดนามก็ต้องผลักดันการสร้างสรรค์บรรยากาศนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติ ณ หว่าหลาก กรุงฮานอย ซึ่งในความจริง ทางศูนย์มีรูปแบบและวิธีการปฏิบัติที่น่าเรียนรู้และขยายผลไปยังท้องถิ่นอื่นๆ

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตเกษตรกำลังได้รับการผลักดัน ตามข้อมูลสถิติ มีเครือบริษัทเวียดนามหลายแห่ง เช่น หลกเจ่ยและ TH True Milk รวมทั้ง มีสถานประกอบการประมาณ 200 แห่งและสหกรณ์เกือบ 2,000 แห่งที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต
นาย เหงียนวันทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและขนส่ง

ส่วนในช่วงบ่าย ที่ประชุมได้ตั้งกระทู้ถามนาย เหงียนวันทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและขนส่ง โดยเผยว่า หน่วยงานคมนาคมและการขนส่งได้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อย่างทันการณ์ โดยการเบิกจ่ายเงินลงทุนภาครัฐบรรลุกว่าร้อยละ 96 ตามแผนที่วางไว้ สามารถเปิดใช้งานถนนไฮเวย์เพิ่มอีก 566 ก.ม. และการลงทุนก่อสร้างระบบถนนไฮเวย์เป็นไปตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังได้รับการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างถนนไฮเวย์อีกบางสายในปลายเดือนมิถุนายนนี้ตามแผนที่วางไว้

เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงระบบท่าเรือกับถนนไฮเวย์ต่างๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยเมื่อปีที่แล้ว ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์คิดเป็นร้อยละ 16.8 ของจีดีพี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ

“เพื่อลดค่าใช้จ่ายในด้านนี้ จำเป็นต้องลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือกับระบบถนนไฮเวย์และการเดินเรือทางแม่น้ำ ต้องตรวจสอบและพิจารณาเกี่ยวกับนโยบายด้านราคา ค่าขนส่งและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องต่างๆ ประกาศกลไกและนโยบายที่เกี่ยวข้องถึงค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบเพื่อลดเวลาและเพิ่มผลผลิตมากขึ้น”.