ในการกล่าวปราศรัยในการประชุม นาย เหงวียนยวีหงอก หัวหน้าคณะกรรมการด้านบุคลากรส่วนกลางได้ชื่นชมความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนดังกล่าวที่ได้รับความเห็นพ้องและการขานรับอย่างเต็มที่จากเจ้าหน้าที่สมาชิกพรรคและประชาชนทั่วประเทศรวมถึงได้รับคำชื่นชมจากประชามติเป็นอย่างสูง
“ปัจจุบันนี้ เราไม่อยู่แค่ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้มีความกระทัดรัดแล้ว หากต้องย่างเข้าสู่ระยะแห่งการปรับเปลี่ยนต่อไปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น กำหนดขอบเขตอำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้บริการประชาชนและสถานประกอบการได้ดีมากขึ้นโดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเดินหน้าปรับปรุงกลไกการกระจายอำนาจและการมอบอำนาจตามรูปแบบการบริหาร 3 ระดับ ได้แก่ ระดับส่วนกลางมุ่งเน้นการจัดทำกฎหมายและนโยบาย การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล และการกำกับติดตาม ระดับจังหวัดจะรับผิดชอบเรื่องการบริหาร การประสานทรัพยากรและการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ส่วนระดับตำบลจะรับผิดชอบเรื่องการดำเนินงาน ธรรมาภิบาลฐานข้อมูลและการให้บริการแก่ประชาชนและสถานประกอบการโดยตรง”
ส่วนเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ยืนยันถึงความถูกต้องของแนวทางใหม่นี้ โดยกำชับหน้าที่ต่อไปคือต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่คุณภาพของการดำเนินงาน ความสามารถในการรับใช้ ความสามารถในการสร้างสรรค์และพัฒนากลไกใหม่
“ต้องเดินหน้าปรับปรุงระบบกฎหมายและโครงสร้างองค์กรของระบบการเมืองให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การแก้ไขกฎหมายต้องมาจากความต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ต้องเดินหน้าเปลี่ยนแปลงใหม่วิธีการนำของพรรคที่มีต่อระบบการเมืองและสังคมอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงรูปแบบการจัดการและกลไกการดำเนินงานของทางการปกครองท้องถิ่นตามรูปแบบ 2 ระดับให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยระดับจังหวัดต้องมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ ทำการวางแผน ประสานงาน จัดสรรทรัพยากร จัดระเบียบพื้นที่เพื่อการพัฒนา การตรวจสอบ กำกับดูแลและการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ส่วนระดับตำบลต้องได้รับการจัดให้เป็นแนวหน้าของธรรมาภิบาลภาครัฐ โดยมีหน้าที่รับเรื่อง ดำเนินการและตอบสนองความต้องการของประชาชนและสถานประกอบการได้อย่างทันท่วงที”.
