ในการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.8% แตะระดับกว่า 91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ เวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐปรับขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นคือการที่สหรัฐยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ตลาดกังวลว่า การลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์ที่มีการขนส่งน้ำมันทางทะเลคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของโลก

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบจากประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสำคัญในการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์อีกด้วย ดังนั้น เหตุการณ์ใดๆที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่นี้อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดพลังงานโลก

ก่อนหน้านั้น เมื่อคืนวันที่ 19 กรกฎาคม กองทัพสหรัฐได้เปิดการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ต่ออิหร่าน ซึ่งนับเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกันที่สหรัฐทำการโจมตี หลังจากการปะทะในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม.