ในคืนรอบตัดสิน โจเฮร์รี โมลา (Joheirry Mola) สาวงามจากสาธารณรัฐโดมินิกันคว้าตำแหน่งมิสเวิลด์ 2026 (Miss World 2026) โดยมิสเวิลด์คนใหม่มีอายุ 24 ปี สำเร็จการศึกษาด้านการบริหารจัดการและการดำเนินงานทางธุรกิจ เป็นครู ผู้สื่อข่าว และนางแบบมืออาชีพ นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ก่อตั้งโครงการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส
ตำแหน่งรองอันดับ 1 เป็นของ เอลิซาเบธ เรย์เนส (Elisabeth Reynés) สาวงามจากสเปน ในขณะที่ ทานูสียา เชตตี (Taanusiya Chetty) สาวงามจากมาเลเซีย คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 ส่วน เลเหงวียนบ๋าวหงอก (Lê Nguyễn Bảo Ngọc) ตัวแทนจากเวียดนาม ผ่านเข้ารอบ 6 คนสุดท้าย ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเวียดนามบนเวทีประกวดมิสเวิลด์
คืนรอบตัดสินไม่เพียงแต่เป็นการประชันความงามเท่านั้น หากยังกลายเป็นเวที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมของเวียดนามสู่สายตาเพื่อนมิตรในทั่วโลก โดยจุดเด่นสำคัญคือการแสดงชุดอ๊าวหย่ายเวียดนาม ผลงามการออกแบบถูกนำมาผสานเข้ากับงอบ พัดไม้ เครื่องปั้นดินเผาเบ่าจุ๊ก (Bàu Trúc) ดอกไม้กระดาษแทงเตียน (Thanh Tiên) และรูปทรงดอกบัวตูม ซึ่งมีส่วนช่วยในการส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมพื้นเมืองของเวียดนามไปสู่ผู้ชมทั่วโลก
ในตลอดระยะเวลา 1 เดือนของการร่วมกิจกรรมต่างๆในเวียดนาม นับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม บรรดาสาวงามที่เข้าประกวดได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตในจังหวัดกว๋างนิงห์ (Quảng Ninh) ไฮฟอง (Hải Phòng) และจังหวัดแค้งหว่า (Khánh Hòa) ซึ่งเป็นโอกาสประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศและคนเวียดนาม พร้อมทั้งนำเสนอเมืองญาจาง จังหวัดแค้งหว่าในฐานะจุดหมายปลายทางที่หลอมรวมทั้งความงามของทะเล เกาะแก่ง วัฒนธรรมและคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นต่อสายตาของผู้ชมทั่วโลก.
