ในแถลงการณ์ประเมินผลการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ COP ครั้งที่ 30 นาย ไซมอน สตีลล์ เผยว่า การประชุมในปีนี้มีขึ้นในสภาวการณ์ที่ “การปฏิเสธ การแบ่งแยกและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์” กำลังสร้างอุปสรรคต่อความพยายามร่วมมือระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต่างๆ ยังคงยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการเพื่อสภาพภูมิอากาศ นาย ไซมอน สตีลล์ กล่าวว่า การประชุม COP30 แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศยังคงดำเนินไปอย่างเข้มแข็ง ช่วยให้มนุษยชาติสามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษาระดับอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียสได้อย่างต่อเนื่อง
การประชุม COP30 เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ณ เมืองเบเลง ประเทศบราซิล ภายหลังการเจรจามาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ประเทศต่างๆเกือบ 200 ประเทศได้ลงนามในข้อตกลง ซึ่งรวมถึงข้อริเริ่มที่อนุญาตให้ประเทศต่างๆ ร่วมมือกันโดยสมัครใจเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และมุ่งมั่นที่จะรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม.
