มติดังกล่าวกำหนดให้ระยะปี 2027 – 2036 เป็นทศวรรษระหว่างประเทศว่าด้วยวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างกรอบการปฏิบัติในระยะยาวให้แก่ประเทศต่างๆ และประชาคมโลกในการผลักดันการปฏิบัติ สอดแทรกวัฒนธรรมเข้ากับนโยบายการพัฒนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ยูเนสโกธำรงบทบาทหลักในการปฏิบัติ ประสานงานเพื่อจัดกิจกรรม โครงการและแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมร่วมกับบรรดาประเทศสมาชิก
ในการกล่าวปราศรัยแนะนำมติต่อสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ เอกอัครราชทูต โด๋หุ่งเหวียด หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรเวียดนามประจำสหประชาชาติได้ย้ำว่า วัฒนธรรมสร้างอัตลักษณ์ เชื่อมโยงชุมชน ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ มีส่วนช่วยในการสร้างรายได้และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทศวรรษระหว่างประเทศจะสร้างกรอบการปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนจากการตระหนักเป็นการปฏิบัติ ระดมการสนับสนุนทางการเมืองและแหล่งพลังต่างๆ ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วน และแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้วัฒนธรรมมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในวาระการประชุมเกี่ยวกับการพัฒนาระดับโลก
สำหรับเวียดนาม ผลสำเร็จนี้เป็นผลงานของกระบวนการเป็นฝ่ายรุกในการเสนอและผลักดันข้อริเริ่มทั้งในยูเนสโกและสหประชาชาติ ความคิดริเริ่มที่เสนอโดยเวียดนาม ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางและพัฒนาจนกลายเป็นกรอบความร่วมมือของสหประชาชาติสำหรับทั้งทศวรรษ ซึ่งช่วยยืนยันบทบาท ชื่อเสียง และนิมิตหมายของเวียดนามที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในกลไกพหุภาคี พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งเสริมข้อริเริ่มที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับความสนใจร่วมกันของประชาคมโลก
บนโซเชียลมีเดีย X ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ได้แสดงความยินดีที่สมัชชาใหญ่สหประชาชาติประกาศทศวรรษระหว่างประเทศดังกล่าว นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรจากหลายประเทศประจำยูเนสโกก็ได้ส่งคำอวยพรถึงเวียดนาม.
