เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศห้ามซื้อน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจากอิหร่านโดยเด็ดขาด พร้อมเตือนว่า จะมีการลงโทษทางอ้อมกับพันธมิตรใดที่ละเมิดข้อสั่งห้ามดังกล่าว ในขณะที่ทางการอิหร่านได้มีการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจของสหรัฐตามหลังทันที ซึ่งท่าทีที่แข็งกร้าวของทั้งสหรัฐและอิหร่านนั้น เกิดขึ้นหลังจากการเจรจารอบที่ 4 ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากมีคำร้องขอจากประเทศโอมาน
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ประณามมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ถือเป็นการใช้ยุทธวิธีที่มุ่งทำลายความพยายามทางการทูตในการแก้ไขความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอีกครั้ง โดยทางการอิหร่านคัดค้านวิธีการบังคับต่างๆ โดยใช้มาตรการกดดันที่รุนแรงมากขึ้นที่ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ อีกทั้งยังกล่าวหาสหรัฐว่า กำลังทำลายความไว้วางใจผ่านมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อหุ้นส่วนทางการค้าของอิหร่าน
ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พีต เฮกเซท ได้เตือนว่า อิหร่านอาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมา เนื่องจากให้การสนับสนุนกลุ่มฮูธิในเยเมน ซึ่งทำการโจมตีเรือหลายลำในทะเลแดง และกำลังถูกโจมตีจากสหรัฐตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในวันเดียวกัน นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐยังคงส่งคำเตือนอีกครั้งว่า อิหร่านไม่ได้รับอนุญาตเสริมสมรรถนะยูเรเนียม.
