กลุ่มบริษัทท่าอากาศยานเวียดนามจำกัดหรือ ACV คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์สนามบินนานาชาติลองแถ่ง ระยะที่ 1 นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยขณะนี้ ACV กำลังเร่งให้คณะกรรมการบริหารโครงการร่วมมือกับผู้รับเหมาเพื่อเร่งดำเนินการก่อสร้าง ติดตั้งอุปกรณ์และระบบเทคนิคต่างๆให้แล้วเสร็จตามกำหนด โดยตั้งเป้าหมายว่า จะต้องเสร็จสิ้นงานก่อสร้างทั้งหมดอย่างช้าที่สุดภายในเดือนกันยายน เพื่อสนับสนุนการเปิดทดลองระบบ (Trial Operations) ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ ACV ยังได้เสนอกระบวนการเปลี่ยนผ่านการปฏิบัติการบินระหว่างสนามบินลองแถ่งและสนามบินเตินเซินเญิ๊ต ออกเป็น 3 ระยะ โดยสนามบินลองแถ่งจะรองรับเส้นทางบินระหว่างประเทศที่มีระยะทางมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางบินภายในประเทศ สายการบินต่างๆของเวียดนามสามารถเลือกใช้บริการที่สนามบินลองแถ่งได้ตามความต้องการ โดยในระยะที่ 1 คือตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2026 – 27 มีนาคม 2027 สนามบินลองแถ่งจะเปิดรับสายการบินที่มีความประสงค์ย้ายฐานปฏิบัติการ โดยให้สิทธิ์สายการบินของเวียดนามที่ต้องการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศเป็นอันดับแรก ระยะที่ 2 คือตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 30 ตุลาคม 2027 จะย้ายเส้นทางบินทั้งหมดที่เดินทางไป-กลับจากยุโรป อเมริกา โอเชียเนีย แอฟริกา ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียกลาง รวมถึงเส้นทางบินระหว่างประเทศที่เปิดใหม่อื่นๆ ส่วนระยะที่ 3 คือตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2027 – 25 มินายน 2028 สนามบินลองแถ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางที่รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด.


สนามบินนานาชาติลองแถ่งตั้งอยู่ในจังหวัดด่งนาย รวมยอดการลงทุนกว่า 1 หมื่น 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ACV ได้รับการลงทะเบียนขอเปิดสิทธิ์ทำการบินจาก 3 สายการบินยักษ์ใหญ่ของเวียดนามแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับหุ้นส่วนระหว่างประเทศอีกหลายสิบราย ที่น่าสนใจคือ ตัวแทนจาก 34 สายการบินนานาชาติ รวมถึงสายการบินชั้นนำระดับโลก เช่น Korean Air, All Nippon Airways (ANA), Cathay Pacific และ Japan Airlines ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้างานจริงเพื่อศึกษาเงื่อนไขการปฏิบัติการบิน นอกจากนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ก็ได้เข้าร่วมกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ เมื่อเปิดใช้งาน ลองแถ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (Hub) สำหรับเส้นทางบินข้ามทวีป โดย ACV กำลังผลักดันการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่อีก 21 เส้นทาง ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้ราว 2 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030.