ถ้าหากได้รับการอนุมัติจากสภาแห่งชาติเวียดนาม อีวีเอฟทีเอจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ นาย Gordan Grlic Radman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและดูแลปัญหายุโรปของโครเอเชีย ซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนของอียูได้เผยว่า ข้อตกลงฉบับนี้คือเอกสารฉบับที่สองที่อียูลงนามกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่อียูตั้งความหวังเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นการลงนามกับประเทศที่กำลังพัฒนา โดยอีวีเอฟทีเอจะช่วยยกเลิกภาษีระหว่างสองฝ่ายถึงร้อยละ 99 และจะยกเลิกภาษีให้แก่สินค้าอียูที่ส่งออกไปยังเวียดนามถึงร้อยละ 65 ทันที ส่วนที่เหลือจะยกเลิกอย่างค่อยเป็นค่อยไปภายในเวลา 10 ปี นอกจากนี้ อีวีเอฟทีเอจะช่วยยกเลิกกำแพงภาษีต่างๆในด้านการค้าระหว่างอียูกับเวียดนามและเปิดตลาดการบริการและการจัดซื้อภาครัฐในเวียดนามให้แก่บริษัทอียู.

กวางหยุง ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามประจำประเทศฝรั่งเศส