ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ามยาตุก ย้ำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสีเขียว กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต การประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการ และชีวิตสังคมอย่างลึกซึ้ง สตรีจะต้องได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น มีความเสมอภาค และได้รับผลประโยชน์จากพลังขับเคลื่อนการพัฒนาใหม่ พร้อมทั้งเสนอให้สหพันธ์สตรีเวียดนามยังคงกำหนดให้สตรีเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงใหม่กิจกรรมของสหพันธ์ฯ ตามแนวทางที่เดินพร้อมกับสตรี
“ผมมีความประสงค์ว่า สตรีเวียดนามทุกคนจะเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ มุ่งมั่นเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวสร้างครอบครัวที่มีความสุขและก้าวหน้า สหพันธ์สตรีเวียดนามจะยังคงเป็นสะพานเชื่อมที่มั่นคงระหว่างพรรค รัฐ กับสมาชิกและสตรีเวียดนาม ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่น ความรู้ และความคาดหวังที่จะก้าวไปข้างหน้า สตรีเวียดนามจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศเวียดนามให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น พัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนในศักราชใหม่”.
