โดยสำนักข่าวสมาคมสื่อมวลชนออสเตรเลีย หรือ AAP ยืนยันว่า ความสัมพันธ์เวียดนาม – ออสเตรเลียถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของความไว้วางใจเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง ผลประโยชน์ที่สอดคล้องกันและความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่ออนาคตของภูมิภาค ในการประเมินแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจทวิภาคี AAP ย้ำว่า มูลค่าการค้าต่างตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปี 2020 อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนการค้าที่มีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดเร็วที่สุดของออสเตรเลีย ปัจจุบัน เวียดนามเป็นตลาดส่งออกถ่านหิน แร่เหล็กและอลูมิเนียมชั้นนำของออสเตรเลีย พร้อมทั้ง เป็นประเทศที่มีนักเรียนนักศึกษามาเรียนเป็นจำนวนมากในออสเตรเลีย ท่ามกลางความต้องการเชื้อเพลิงและพลังงานที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย เวียดนามได้ก้าวขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนที่มีศักยภาพระดับแนวหน้า ทำให้ความร่วมมือทางการค้าและพลังงานกลายเป็นเนื้อหาหลักในการร่วมมือของทั้งสองประเทศ
เว็บไซต์ของสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลียหรือ ASPI ระบุว่า การเยือนของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของความสัมพันธ์หุ้นส่วนที่เติบโตอย่างมั่นคงและเข้มแข็งยิ่งขึ้น ปัจจุบัน เวียดนามได้ก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม 10 หุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ในขณะที่ออสเตรเลียยังคงรักษาตำแหน่งหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเวียดนามอย่างต่อเนื่อง
หนังสือพิมพ์ Canberra Times ฉบับเช้าวันที่ 11 สิงหาคมประเมินว่า การเจรจาระดับสูง ณ กรุงแคนเบอร์รา จะเปิดทางไปสู่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะยาว พร้อมทั้ง ย้ำว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่ออสเตรเลียได้พยายามตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาในการบ่มเพาะมิตรภาพอันแน่นแฟ้นนี้ และอ้างคำกล่าวของ ดร. แอนน์หวอ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมและการเมืองเวียดนาม จากมหาวิทยาลัยวูลลองกอง ประเมินว่า เวียดนามกำลังยืนยันถึงบทบาทเป็นเสาหลัก ซึ่งช่วยค้ำประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมให้แก่ภาคธุรกิจของออสเตรเลียในโลกที่มีความผันผวน
นอกจากโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจแล้ว สื่อมวลชนออสเตรเลียยังให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนามต่อปัญหาระหว่างประเทศ สำนักข่าว AAP ชื่นชมจุดยืนที่เสมอต้นเสมอปลายของเวียดนามในการส่งเสริมความไว้วางใจ การเจรจาและการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อก้าวข้ามความเสี่ยงจากการแตกแยกและการแข่งขันที่ปราศจากการควบคุมในสภาพแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน.
