![]() |
บทความได้ย้ำว่าในประวัติศาสตร์ของการสร้างชาติและรักษาชาตินั้น การทูตย่อมมีบทบาท สำคัญอยู่เสมอ ในยุคโฮจิมินห์ ชัยชนะที่รุ่งโรจน์ของการต่อสู้กับอเมริกาเพื่อกู้ชาติเมื่อ45ปีก่อนเป็นการผสานอย่างกลมกลืนระหว่างแนวรบทางทหารและแนวรบทางการทูต ช่วยให้ประเทศได้รวมกันเป็นปึกแผ่น สองภาคเหนือใต้รวมเป็นเอกภาพดั่งความปรารถนาของประธานโฮจิมินห์เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งส่วนร่วมที่สำคัญของการทูตปฏิวัติเวียดนามได้รับการรับรองจากพรรคและรัฐด้วยการมอบเหรียญอิสริยาภรณ์ดาวทองและเหรียญอิสริยาภรณ์โฮจิมินห์ ซึ่งเป็นรางวัลอันสูงส่งที่สุดของรัฐเวียดนาม
บทความยังได้กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ภารกิจการเปลรายนแปลงใหม่ประเทศและผสมผสานอย่างกว้างลึกกับประชาคมโลกได้สร้างหน้าที่แห่งประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่การทูตเวียดนาม ดังนั้นทั้งหน่วยงานต้องตระหนักเพื่อเดินหน้าในการสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งสันติภาพ เสถียรภาพและดึงดูดพลังจากต่างประเทศเพื่อสนับสนุนภารกิจการพัฒนาประเทศ
![]() |
ในขณะเดียวกันในการให้สัมภาษณ์นักข่าวสำนักข่าวเวียดนามเกี่ยวกับความหมายของชัยชนะวันที่30เมษายนปี1975 พลเอกโงซวนหลีก รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเวียดนามได้ยืนยันว่า “การลุกขึ้นสู้ครั้งใหญ่ฤดูใบไม้ผลิปี1975 ชัยชนะของความรักชาติอย่างแรงกล้าและความคาดหวังในสันติภาพ เอกราชและเสรีภาพ” พร้อมทั้งได้ชี้ชัดว่า นี่เป็นจุดสุดยอดของยุทธนาการโฮจิมินห์แห่งประวัติศาสตร์ เป็นการต่อสู้ด้วยสติปัญญาและพลังที่ดุเดือดที่สุดกับศัตรูผู้รุกรานในสงครามต่อต้านอเมริกาเพื่อกู้ชาติจนเวียดนามสามารถเอาชนะในที่สุด ช่วยปลดปล่อยภาคใต้ ยุติ21ปีการทำสงครามกู้ชาติและ30ปีการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชาติ ยุติการแทรกแซงทางทหารของประเทศมหาอำนาจในเวียดนามในตลอดกว่า100ปีที่ผ่านมา ส่วนสำหรับชาวโลกนั้นนี่เป็นเหตุการณ์ที่ช่วยพลิกกลับยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจที่เข้มแข็งต่อขบวนการปลดปล่อยประชาชาติและประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าในโลก.


