ทำให้การพิมพ์กลายเป็นเครื่องมือทางการทูตและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกคือแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมเวียดนามให้เป็น Soft Power ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศและคนเวียดนามไปสู่โลก นี่คือความเห็นของสมาชิกสภาแห่งชาติในการอภิปรายตามหน่วยเกี่ยวกับร่างกฎหมายแก้ไขและเพิ่มเติมบางมาตราของกฎหมายการพิมพ์ วันที่ 5 สิงหาคม ณ กรุงฮานอย ในกรอบการประชุมวิสามัญครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16
บรรดาผู้แทนสภาแห่งชาติได้ย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงความคิดด้านการพิมพ์ โดยถือสิ่งพิมพ์ไม่ใช่แค่เครื่องมือทางอุดมการณ์หรือพื้นฐานทางความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย พร้อมทั้ง เสนอให้พัฒนาคลังฐานข้อมูลดิจิทัลแห่งชาติด้านวัฒนธรรมและการพิมพ์เป็นหลายภาษา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเวียดนามบนโลกไซเบอร์ได้อย่างสะดวก อุตสาหกรรมการพิมพ์จำเป็นต้องเป็นฝ่ายรุกในการเข้าร่วมงานนิทรรศการหนังสือระหว่างประเทศ การแปลและเผยแพร่ผลงานที่มีคุณค่าทางวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และการเมืองเป็นภาษาต่างประเทศมากขึ้น
ในการอภิปรายเกี่ยวกับร่างกฎหมายต่าง ๆ รวมถึงร่างกฎหมายแก้ไขและเพิ่มเติมบางมาตราของกฎหมายแรงงานเวียดนามที่ไปทำงานในต่างประเทศตามสัญญา บรรดาผู้แทนสภาแห่งชาติเสนอให้เปลี่ยนแปลงใหม่แนวคิด กลไก เปลี่ยนจากการบริหารจัดการไปสู่การสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนา จากความคิดการบริหารจัดการกิจกรรมการส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศ ไปสู่ความคิดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติผ่านการเข้าร่วมอย่างเป็นฝ่ายรุกของเวียดนามในตลาดแรงงานสากล โดยเฉพาะ การเพิ่มเติมในร่างกฎหมายเพื่อรับรองว่าแรงงานเวียดนามที่ไปทำงานในต่างประเทศตามสัญญาเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ พร้อมทั้ง ส่งเสริมการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะ แรงงานคุณภาพสูง และมีกลไกการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพหลังจากทำงานเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเดินทางกลับประเทศ
ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2026 เวียดนามได้ส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศตามสัญญากว่า 66,000 คน บรรลุเกือบ 60% ของแผนการที่วางไว้ในปี 2026 คือส่งแรงงานไปทำงานในต่างประเทศประมาณ 112,000 คน.
