นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเปิดตลาดสินค้าระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสัตว์น้ำ อุตสาหกรรมอาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้มูลค่าการค่าต่างตอบแทนบรรลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเร็วตามแนวทางที่มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้ง เสนอให้มาเลเซียเข้ามาลงทุนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลในเวียดนาม ตลอดจนส่งเสริมโครงการไตรภาคีระหว่างเวียดนาม มาเลเซียและสิงคโปร์ เกี่ยวกับการส่งจ่ายพลังงานลมนอกชายฝั่งข้ามพรมแดน
เอกอัครราชทูต Tan Yang Thai ยืนยันว่า มาเลเซียมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์รระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและจุดแข็ง เช่น ปิโตรเลียม การเกษตร การศึกษาและฝึกอบรม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ความมั่นคงทางไซเบอร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้ง แสดงความเชื่อมั่นว่า ทั้งสองประเทศจะมีส่วนร่วมที่สำคัญในการส่งเสริมให้อาเซียนสามัคคีเพื่อการพัฒนา แก้ไขการพิพาทด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ปี 1982.
