ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจเลื่อนการเก็บภาษีต่างตอบแทนต่อสินค้าที่นำเข้าจากกว่า 75 ประเทศออกไป (Photo: The New York Times)

เช้าวันที่ 10 เมษายน มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆในเอเชียได้ปรับเพิ่มขึ้น โดยดัชนี Taipei Index ในไต้หวัน ประเทศจีนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 9.2 ดัชนีนิเคอิ 225 ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 ดัชนี Kospi สาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ดัชนี ASX 200 ออสเตรเลียเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ดัชนี Hangseng ของฮ่องกง ประเทศจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.69 ดัชนี Shanghai Composite เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.29

ผู้นำประเทศต่างๆได้ประเมินในเชิงบวกต่อการตัดสินใจดังกล่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นาย Mark Carney นายกรัฐมนตรีแคนาดาเผยว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่น่าชื่นชม แคนาดาเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ปฏิบัติการตอบโต้ด้านภาษีต่อสหรัฐ โดยเพิ่มภาษีรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐเป็นร้อยละ 25 ส่วนนาย Friedrich Merz นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนีได้เผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวของสหรัฐได้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของสหภาพยุโรปเพราะก่อนการตัดสินใจดังกล่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่กี่ชั่วโมง อียูได้ตัดสินใจเพิ่มภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐเป็นร้อยละ 25

แต่อย่างไรก็ดี การที่ทางสหรัฐเพิ่มภาษีต่อสินค้าที่นำเข้าจากจีนขึ้นเป็น 125% ได้สร้างความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสงครามการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดของโลก โดย นาย Gary Lockeอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนเผยว่า ในสภาวการณ์นี้ ทั้งสองฝ่ายยากที่จะสนทนาเพื่อลดดวามตึงเครียด.