วันที่ 21 กันยายน เป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดหุ้นเวียดนาม เนื่องจากตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หุ้นเวียดนามได้รับการยกระดับโดย FTSE Russell จากกลุ่มตลาดชายขอบ ขึ้นสู่ตลาดเกิดใหม่ระดับรองอย่างเป็นทางการ โดยกระแสเงินทุนระหว่างประเทศระลอกใหม่จะเข้าลงทุนในหุ้นของเวียดนามอย่างเป็นทางการตามโรดแมปการยกระดับสู่ตลาดเกิดใหม่

การยกระดับถูก FTSE Russell แบ่งออกเป็น 4 รอบ ตลอดระยะเวลา 12 เดือน โดยหุ้นเวียดนามจะถูกระบุในดัชนีระดับโลกในสัดส่วน 10% ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 30% ในเดือนมีนาคมปี 2027 65% ในเดือนมิถุนายนปี 2027 และบรรลุเต็ม 100% ในเดือนกันยายน ปี2027

การยกระดับตลาดหุ้นเป็นการขยายขีดความสามารถในการเข้าถึงกระแสเงินทุนลงทุนทั่วโลก เพียงแค่ในรอบแรกตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน คาดว่าจะมีเงินทุนประมาณ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐไหลเข้าสู่หุ้นเวียดนาม 27 ตัว สถาบันจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของโลกก็เริ่มวางแผนสำหรับเงินลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเช่นกัน ตามการคาดการณ์ ยอดกระแสเงินทุนเชิงรุก (Active) และเชิงรับ (Passive) หลังจากการยกระดับอาจสูงถึงประมาณ 6 -10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะไหลเข้าสู่เวียดนามในระยะเวลาอันใกล้นี้ ในจำนวนนี้ Vanguard สถาบันจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกเผยว่า อาจลงทุนประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวียดนามผ่านกองทุน FTSE นาง Wanming Du ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายดัชนีประจำภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ของ FTSE Russell กล่าวว่า

"FTSE Russell มีชุดดัชนีระดับโลก โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการประมาณ 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผูกอยู่กับดัชนีเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ก่อนที่จะถูกระบุในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เวียดนามไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่อยู่ในกลุ่มสินทรัพย์นี้ แต่เมื่อถูกระบุในกลุ่มตลาดเกิดใหม่แล้ว เวียดนามจะเริ่มสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในกลุ่มสินทรัพย์ มูลค่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ได้"

การยกระดับตลาดหุ้นเปิดโอกาสในการดึงดูดกระแสเงินทุนลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ จากกองทุนลงทุนเชิงรุกและเชิงรับที่ติดตามดัชนีตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกัน นี่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตลาดหุ้นเวียดนามยกระดับความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องเพื่อมีส่วนช่วยพัฒนาตลาดทุนให้มีความปลอดภัย โปร่งใสและยั่งยืน.