ตามมติของรัฐบาล การพัฒนาพลเมืองดิจิทัลต้องถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ค้ำประกันสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง โดยไม่สร้างภาระผูกพันใหม่หรือจำกัดสิทธิใดๆ นอกเหนือขอบเขตที่กฎหมายกำหนด กระบวนการนี้ต้องดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลแห่งชาติ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล สังคมดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัล
เงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งในการสร้างพลเมืองดิจิทัล คือการลดช่องว่างทางดิจิทัล โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจะครอบคลุมอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อผู้สูงอายุ ผู้พิการ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และผู้ที่ยังขาดทักษะหรือเงื่อนไขในการเข้าถึงเทคโนโลยี ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การพัฒนาพลเมืองดิจิทัลจึงต้องดำเนินควบคู่กับการสนับสนุนด้านทักษะ อุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และรูปแบบการบริการที่เหมาะสมกับประชาชนแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ประโยชน์ทางเทคโนโลยีเข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้าง ในเวลาที่ผ่านมา ท้องถิ่นหลายแห่งได้ดำเนินโครงการ "ปวงชนเรียนรู้ดิจิทัล" อย่างกว้างขวางและประสบผลสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด
ผลการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในเวียดนามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเข้มแข็งและขยายไปสู่ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมซึ่งนำผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ชุมชนและประชาชนทุกคน
“แอพพลิเคชัน VNeID ดีมาก ตอนนี้เมื่อไปโรงพยาบาลก็ไม่ต้องพกบัตรประกันสุขภาพแบบเดิมอีก สะดวกมาก แค่มีสมาร์ตโฟน ยื่นให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ก็สามารถอัพเดทข้อมูลได้ทันที”
“ชาวบ้านในหมู่บ้านเริ่มใช้สมาร์ตโฟนเป็นแล้ว ทั้งการเปิดใช้งานแอพพลิเคชัน VNeID การสแกน QR Code การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และการทำระเบียบราชการผ่านระบบออนไลน์ ประชาชนไม่เพียงแต่เข้าถึงเทคโนโลยีเท่านั้น หากยังสามารถแก้ไขข้อมูลต่างๆ ได้ด้วยตนเอง จากที่เคยต้องสอบถามเจ้าหน้าที่.”
ในยุคแห่งเทคโนโลยี ทุกคนไม่เพียงแต่เป็นผู้ได้รับประโยชน์เท่านั้น หากยังเป็นผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น มีส่วนร่วมและเป็นผู้ตัดสินประสิทธิผลของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ดังนั้น การพัฒนาพลเมืองดิจิทัลจึงเป็นความต้องการที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลสามารถนำไปใช้ได้จริงและเข้าสู่ชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง./.
