ตามข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมโดยนาง ซูซาน คอลลินส์ (Susan Collins) ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภาของพรรครีพับลิกัน และนาง แพตตี เมอร์เรย์ (Patty Murray) รองประธานฯของพรรคเดโมแครต ร่างกฎหมายการใช้จ่ายชั่วคราวจะรักษางบประมาณของรัฐบาลไว้ในระดับปัจจุบันไปจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม ในขณะที่กฏหมายงบประมาณฉบับปัจจุบันจะหมดอายุในวันที่ 30 กันยายน
ในวันเดียวกัน พันธมิตร 25 รัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครตได้ยื่นฟ้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐหรือ USCIT เพื่อดำเนินคดีกับทางการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยโต้แย้งว่า การจัดเก็บภาษีรอบใหม่ต่อสินค้าจากหุ้นส่วนการค้า 60 รายตามมาตรา 301 เป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายของประธานาธิบดี ฝ่ายผู้ฟ้องระบุว่า ทางการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าปฏิบัตินโยบายภาษีศุลกากรแบบเป็นวงกว้าง แม้ว่าจะได้รับคำตัดสินที่ไม่เป็นผลดีจากศาลหลายแห่งก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลกลางได้สั่งเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 10 และร้อยละ 12.5 ต่อสินค้าจาก 60 คู่ค้าทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรป โดยอ้างเหตุผลว่า ประเทศเหล่านี้ยังไม่มีมาตรการที่เพียงพอในการป้องกันการส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยการบังคับใช้แรงงาน มาตรการภาษีดังกล่าวถูกบังคับใช้ตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 และส่งผลกระทบต่อสินค้านำเข้ามายังสหรัฐกว่าร้อยละ 99%.
กวางจุง-ผู้สื่อข่าวของวีโอวีประจำสหรัฐ
